LNCrawler

ตาสว่าง

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

ตาสว่าง

 

เย็นวันเดียวกันนั้นซูเสี่ยวถางไม่ได้ลงไปกินมื้อเย็น มีแค่โจวเฉวียนที่ลงไป พอแม่โจวเห็นแบบนั้นก็คิดว่าลูกสะใภ้ไม่พอใจหยางจื่อ จึงสั่งแม่บ้านหยางว่าช่วงนี้ไม่ต้องมาทำงานบ้าน และยกเอาเรื่องที่จะไปส่งลูกสะใภ้ที่ซูโจวมาอ้าง เอาเข้าจริงก็กลัวว่าลูกชายลูกสะใภ้จะผิดใจกัน ถ้าให้เลือกยังไงท่านก็ต้องเลือกฝั่งลูกชายก่อนแม่บ้านอยู่แล้ว

ส่วนทางด้านซูเสี่ยวถางนอนยาวจนถึงเช้า แม้ว่าโจวเฉวียนจะก่อกวนสารพัดก็ไม่สาารถลืมตาขึ้นมาคุยกับเขาได้ เธอทั้งเหนื่อยแล้วก็ปวดเมื่อยตามตัวเหมือนจะเป็นไข้

“เลื่อนวันเดินทางออกไปก่อนดีไหม” เขาจับหน้าผากเนียนที่ตอนนี้กำลังนอนซมอยู่บนเตียง

“อือ ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันโทรไปบอกพ่อแล้ว กลัวว่าท่านจะรอ” เสี่ยวถางตอบเสียงแหบ

“ลำบากเหล่าผอแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

เสี่ยวถางไม่ปฏิเสธว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเขา ก็เขาทำให้เธอต้องจับไข้จริงๆ นี่นา หญิงสาวฝืนตัวลุกขึ้นก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวแล้วลงไปข้างล่างในเวลาต่อมา

ส่วนแม่โจวกับพ่อโจวตอนนี้ก็รออยู่ก่อนแล้ว เห็นสีหน้าซีดเซียวของลูกสะใภ้แล้วถึงได้รู้ว่าลูกชายไม่ได้โกหก เรื่องที่เธอไม่สบายและไม่ได้ลงมากินมื้อเย็น

“ไอหยา…เป็นเยอะขนาดนี้เลยเหรอ เลื่อนวันเดินทางไปก่อนดีไหม” แม่โจวเข้ามาช่วยพยุง

“บอกไปแล้วครับแต่ไม่ยอม โทรไปบอกพ่อตาเอาไว้แล้วกลัวว่าทางนั้นจะรอ”

“ไอหยา…นัดได้ก็ยกเลิกได้ เดินทางไกลกลัวว่าจะไข้ขึ้นจะแย่เอานะ” แม่โจวไม่เห็นด้วยที่จะให้คนป่วยเดินทางไกล

“ฉันไม่เป็นไรมากหรอกค่ะคุณแม่ กินยานอนพักบนรถก็น่าจะดีขึ้น”

“คงเป็นเพราะเมื่อวานที่ไปเดินตลาดแน่นอนเลย อาเฉวียนนี่ก็จริงๆ ภรรยาแกบอบบางขนาดนี้ก็ยังจะพาไปตากไอเย็น” แม่โจวมองค้อนตำหนิลูกชาย

เสี่ยวถางอยากจะบอกแม่สามีเหลือเกินว่าเป็นเพราะลูกชายของท่านที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

“เอาล่ะๆ ไม่มีอะไรแล้วก็ออกเดินทางกันเถอะ นี่ก็สายมากแล้ว” พ่อโจวสรุปในตอนท้าย สายตาแหลมคมของท่านเหลือบไปเห็นรอยข่วนที่คอของลูกชาย แม้จะใส่เสื้อคอเต่าแต่ก็ยังมีรอยโผล่มาให้เห็น ท่านอาบน้ำร้อนมาก่อนมีหรือจะไม่เข้าใจเรื่องราว

คนแก่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สุดท้ายข้าวสารก็เปลี่ยนมาเป็นข้าวสุกเสียที ความหวังที่จะมีหลานตัวอ้วนก็ใกล้เข้ามาอีกก้าวแล้ว

เดินทางไปซูโจวครั้งนี้บ้านโจวเลือกเดินทางด้วยรถยนต์เพราะสะดวกและเป็นส่วนตัวมากกว่า โดยที่โจวเฉวียนให้ลูกน้องเอารถของค่ายทหารมารับ ซึ่งสมเหตุสมผลเพราะถึงยังไงเขาก็ต้องเข้าค่ายทหารเพื่อไปรายงานตัว

ใช้เวลาเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ไปซูโจวประมาณสามชั่วโมงก็ถึงบ้านซู โดยมีพ่อซูมารอรับอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นรถทหารแล่นเข้ามาบริเวณบ้านก็รีบเปิดประตูออกมาต้อนรับ

“ยินดีต้อนรับครับ” พ่อซูออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง โดยมีแม่เลี้ยงซูยืนรอยู่หน้าประตูทางเข้า

เมื่อเข้ามาในบ้านถึงได้เห็นซูถิงและกงจวิ้นนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอไม่แม้แต่จะปรายตามองสองคนนั้น ถึงจะย้ายมาทำงานที่บ้านเกิด แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะพักข้างนอก ไม่พักบ้านเดียวกับสองคนนั้นเด็ดขาด

ย้ายมาซูโจวก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้มีอิสระในการขายของง่ายขึ้น โจวเฉวียนคงมาอยู่กับเธอได้แค่วันหยุดยาว หรือไม่ก็เสาร์อาทิตย์เท่านั้น เวลาที่เหลือก็มีอิสระในการหาเงินได้เต็มที่

พ่อโจวกับโจวเฉวียนยกของฝากเข้ามาวางในบ้านจนเต็มโถงทางเดิน ทั้งนี้ก็เพื่อขอบคุณที่พ่อซูยอมเสียสละตำแหน่งของตนเอง เพื่อให้ลูกสาวได้กลับมา

“ต้องขอบคุณพ่อลูกสะใภ้ด้วยนะ ทั้งที่พวกเรารับปากว่าจะเป็นคนพากลับมาแท้ๆ แต่ก็ไม่วายต้องให้คุณยื่นมือเข้ามาช่วย” แม่โจวพูดขึ้นอย่างอายๆ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เดิมทีเรื่องนี้ผมเป็นพ่อก็ต้องจัดการให้ลูกสาวอยู่แล้ว ติดที่บางครั้งรู้ตัวช้าไป” พ่อซูปรายตาไปมองหน้าภรรยา ก่อนที่แม่เลี้ยงซูจะก้มหน้าหลบสายตา

เสี่ยวถางสังเกตเห็นว่า กลับมาครั้งนี้แม่เลี้ยงของเธอดูสงบเสงี่ยมขึ้น ไม่รู้ว่ากำลังซ่อนเขี้ยวเล็บอะไรเอาไว้ใช้เล่นงานเธออีกหรือเปล่า

“นั่นสิคะไม่เห็นต้องเกรงใจคนกันเองทั้งนั้น”

เสี่ยวถางปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันไป ส่วนเธอขอแยกตัวเข้าไปในห้องส่วนตัวโดยอ้างว่าปวดหัว ซึ่งผู้ใหญ่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะก่อนมาก็รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่สบาย

แต่ที่ต้องทำให้หัวเสียก็ตอนที่เปิดห้องเข้าไปแล้วเห็นเสื้อผ้าของทั้งน้องสาวแล้วก็น้องเขยกระจัดกระจายเต็มห้อง ซูถิงวิ่งเข้ามาห้ามไม่ทันเลยปล่อยเลยตามเลย

“ฉันไม่คิดว่าเจี๋ยจะกลับมาเร็วขนาดนี้ก็เลยยังไม่ได้เก็บห้อง” ซูถิงพูดขึ้นอย่างอายๆ แก้ต่างให้ตัวเอง

“หึ สมกับเป็นเธอดีนะ” เสี่ยวถางยืนดูหน้าห้อง ไม่แม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปเหยียบข้างในนั้น

โจวเฉวียนเห็นแล้วก็เอื้อมมือไปแตะแขนของเธอเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะกลับไปที่ห้องโถงตามเดิม นั่นทำให้พ่อซูขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ทำไมออกมาล่ะ ไหนว่าจะเข้าไปพัก”

ซูถิงรีบวิ่งตามมา แม่เลี้ยงซูเห็นแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นว่า “ตายจริงลืมบอกไปเลยว่าฉันจัดห้องรับแขกไว้ให้ถางเอ๋อร์กับลูกเขย คงจะเข้าห้องไปแล้วเจอห้องรกละสิ ขายหน้าลูกเขยแล้ว”

“เปล่าหรอกครับ จริงๆ วันนี้ตั้งใจจะแวะมาเยี่ยมพ่อตาแม่ยาย แล้วก็จะพาถางถางไปดูบ้านพักเลย” โจวเฉวียนพูดขึ้น

“บ้านพัก หมายความว่ายังไง”

“ผมยื่นเรื่องไปขอบ้านพักสวัสดิการเพิ่มเติมน่ะครับ ถางเอ๋อร์หมั้นกับผมแล้วให้มาอยู่ที่บ้านซูคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่” คำพูดของโจวเฉวียนทำเอากงจวิ้นมองาขวาง เพราะทั้งสองคนไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านซูกับบ้านกง

“นั่นสินะ เป็นฉันที่คิดน้อยไป” พ่อซูมองหน้าลูกสาวคนโตด้วยความเสียดาย นึกว่าจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า แต่ลืมไปว่าตอนนี้ลูกสาวหมั้นกับบ้านอื่นไปแล้ว

“จะไปตอนนี้เลยเหรอ” แม่โจวถามด้วยสีหน้างุนงง แต่ก็ไม่ขัดที่ลูกชายตัดสินใจแบบนั้น

“ครับ แต่จะแวะไปส่งพ่อกับแม่ที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยไป”

สุดท้ายโจวเฉวียนก็พาครอบครัวไปพักที่โรงแรม ส่วนบ้านพักก็เป็นเพียงข้ออ้างในการออกมาจากบ้านซูได้อย่างไม่มีข้อกังขา เพราะต้องรายงานตัวก่อนถึงจะดูได้

 

วันถัดมาโจวเฉวียนก็พาทุกคนไปยังค่ายทหาร ซึ่งข้างในกองบัญชาการนี้มีบ้านพักส่วนตัวของเขา ตึกที่เขาอยู่นี้เป็นตึกสำหรับนายทหารชั้นสูง ยศตั้งแต่พันตรีขึ้นไปถึงจะได้อยู่ตึกนี้ และเขาเองก็คือหนึ่งในนั้น

เมื่อเข้ามาข้างในบ้านก็เห็นถึงความเป็นระเบียบของเจ้าของ ข้าวของถูกจัดวางเป็นระเบียบ ฝุ่นแทบไม่มีให้เห็นแม้ว่าเจ้าของจะไม่อยู่เป็นเดือนแล้วก็ตาม

“บ้านดี" พ่อโจวพยักหน้าพอเมื่อเห็นบ้านพักสวัสดิการของลูกชาย

“สามห้องนอน ห้องครัวห้องน้ำแยกต่างหาก ดูๆ ไปแล้วออกจะใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับพวกลูก แต่พอมีลูกเพิ่มเข้ามาก็ถือว่าพอดีเลยล่ะ”

“ไหนว่าจะเลี้ยงหลานเอง ตกลงว่าจะยังไงกันแน่” พ่อโจวพูดแซวภรรยา

“ดูท่าว่าจะเป็นเราสองคนปู่ย่ามากกว่าค่ะที่ต้องมาช่วยเลี้ยงหลานที่นี่ จากกองบัญชาการกับซูโจวใกล้กว่าเซี่ยงไฮ้ อีกอย่างลูกชายลูกสะใภ้ต่างก็มีชามข้าวเหล็กในมือ แล้วทำไมพวกเราจะไม่สนับสนุนลูกๆ ล่ะ”

แม่โจวเหมือนคนตาสว่าง อาจจะเพราะเห็นการกระทำที่โจ่งแจ้งของหยางจื่อทำให้ท่านคิดได้ว่าควรถือหางให้ใคร ถ้าเทียบกันตอนนี้ระหว่างซูเสี่ยวถางกับหยางจื่อ แน่นอนว่าซูเสี่ยวถางดีกว่าเป็นไหนๆ

วันเดียวกันนั้นโจวเฉวียนก็พาเสี่ยวถางไปทำความรู้จักกับสหายร่วมกองทัพ รวมถึงผู้บัญชาการของเขาด้วย บางคนก็เคยมาตอนงานหมั้น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เคยเห็น นอกจากนั้นก็ยังมีลูกน้องที่ไปร่วมปฏิบัติการกับเขาที่เฮยหลงเจียงด้วย พวกเขาต่างทักทายเธออย่างสนิทสนม