LNCrawler

เริ่มงานวันแรก

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

เริ่มงานวันแรก

 

เมื่อเข้ามาในกองบัญชาการ ซูเสี่ยวถางถึงรู้ว่าสามีเป็นคนดังขนาดไหน ยอมรับว่าตอนแรกเธอแอบคิดว่าที่เขาได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตระกูลโจวแล้วก็มีพ่อโจวคอยสนับสนุน แต่พอได้ฟังวีรกรรมของเขาแล้วถึงเข้าใจแจ่มแจ้งว่า แท้จริงแล้วเขามาถึงจุดนี้ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง

“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณดังขนาดนี้”

“หึ คุณไม่รู้หรอกว่าสามีตัวเองเก่งแค่ไหน” เขาพูดด้วยความภูมิใจ ซึ่งเป็นปกติของผู้ชายยุคนี้ ที่มักจะภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ

หลายวันผ่านไป พ่อโจวกับแม่โจวกลับเซี่ยงไฮ้ไปได้หลายวันแล้ว พวกท่านปล่อยให้ทั้งสองคนได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกัน

แต่แล้วก็ถึงวันที่ต้องห่างกันอีกครั้ง เมื่อเสี่ยวถางจะต้องไปรายงานตัวที่ซูโจวในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการ แน่นอนว่าด้วยวุฒิการศึกษาของเธอในตอนนี้ไม่สามารถขึ้นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้

“นี่เป็นบ้านพักที่ทางผู้พันขอเอาไว้ค่ะ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกำลังพาทั้งสองมาดูบ้านพัก

ซึ่งบ้านพักของพนักงานเปลี่ยนเป็นตึกสูงหมดแล้ว และบ้านพักหลังนี้มีด้วยกันทั้งหมดสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ส่วนห้องครัวต้องออกไปทำที่ระเบียงแทน โดยรวมแล้วถือว่าเป็นบ้านที่ดีถ้าเทียบกับตำแหน่งของเสี่ยวถาง

“ตามสบายนะคะ วันนี้ก็ย้ายของเข้ามาอยู่ได้ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำงาน แล้วจะมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำว่าต้องทำอะไรบ้าง”

“ขอบคุณค่ะป้าเจียง”

เสี่ยวถางพูดขอบคุณอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย เพราะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเธอล้วนแต่รู้จักเกินครึ่ง นั่นเป็นเพราะพ่อเธอทำงานที่นี่มาเกินครึ่งชีวิตของท่านแล้วน่ะสิ

“ไม่เป็นไรหรอก ตามสบายนะ”

เมื่อเข้ามาในห้องนอนใหญ่ เสี่ยวถางก็ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง ต้องขอบคุณพ่อซูที่ช่วยเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้ตั้งแต่ที่เธอยังไม่มาด้วยซ้ำ

“สงสัยผมต้องไปขอขมาพ่อตาแล้วละครับ” โจวเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดที่ไปโกหกท่านวันนั้น เขาน่าจะลืมว่าท่านเป็นคนเก่าคนแก่ที่นี่

“หึ ใครใช้ให้โกหกละคะ ฉันว่าที่พ่อมาจัดห้องให้เป็นเพราะอยากจะตบหน้าคุณแน่ๆ เลยค่ะ” เสี่ยวถางขยี้

“ทำยังไงดีล่ะ หรือว่าต้องรีบทำหลานไปง้อคุณตา”

พูดจบก็กระโจนเข้าใส่ภรรยาทันที เขาตัวใหญ่นอนทับเธอจนร่างจมไปกับที่นอน หญิงสาวร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ

“มีหลานอะไรกันละคะ อย่าลืมสิว่าฉันยังเรียนไม่จบ” เธอยังคิดที่อยากจะเรียนต่อ แต่ก็จนใจเพราะไม่รู้ต้องทำยังไงเหมือนกัน

“อืม ทำงานที่นี่ให้ครบปีก่อนแล้วค่อยทำเรื่องไปเรียนต่อ จะได้ไม่เสียตำแหน่งที่นี่ จบมาจะได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่ต้องให้พรรคหางานลงให้ใหม่” โจวเฉวียนแนะนำ เรื่องนี้เขามีประสบการณ์มากกว่าเธอ

“ค่ะ คุณว่าไงฉันก็ว่างั้น” เสี่ยวถางพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“ถ้าผมบอกว่าไม่อยากให้คุณทำงานแล้ว ลาออกมาเป็นแม่บ้านให้ผมตอนนี้เลยจะว่ายังไงครับ”

“ไม่รู้สิคะต้องไปคุยกับพ่อเอง เรื่องที่คุณโกหกพาฉันหนีไปค่ายทหารยังไม่คุย จะก่อเรื่องทิ้งตำแหน่งงานที่ท่านอุตส่าห์เสียสละให้ ฉันว่าคุณคงไม่อยากแต่งงานกับฉันแล้วล่ะ”

“โถ่ภรรยาครับ ผมก็แค่พูดเล่น ใครจะกล้าทำให้พ่อตาโกรธ” เรื่องที่ซูเสียวถางคิดได้ทำไมเขาจะคิดไม่ได้ เขาก็แค่พูดแหย่เธอเล่นก็เท่านั้น เผื่อว่าบางทีส้มจะหล่น ตั้งท้องเจ้าก้อนแป้งให้เขาสักคน

 

วันถัดมาเสี่ยวถางลุกขึ้นตื่นแต่เช้าตามความเคยชิน แม้ว่าจะไม่อยากตื่นเพราะสามีชวนฉลองบ้านใหม่ก็ตาม ตั้งแต่ยอมให้มีอะไรด้วย เขาก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ทำทุกครั้งที่มีโอกาส จนกลัวว่ายาคุมกำเนิดที่กินไปก็อาจจะเอาไม่อยู่

“อรุณสวัสดิ์ครับ” แขนยาวเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง ขณะที่กำลังเตรียมมื้อเช้าอยู่

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ไม่ออกไปวิ่งเหรอคะ”

“ไม่ล่ะ วันนี้เหล่าผอทำงานวันแรก ตั้งใจจะไปส่งที่ทำงานสักหน่อย” เขาส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่

“ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อยไม่เห็นต้องไปส่ง” แม้ปากจะบอกแบบนั้น แต่ก็ยิ้มไม่หุบเมื่อได้ยินว่าสามีจะไปส่งทำงาน

ตอนเด็กๆ เธองอแงอยากให้พ่อไปส่งที่โรงเรียนเหมือนคนอื่นๆ แต่พ่อก็ชอบอ้างว่าไม่มีเวลา และยกหน้าที่นี้ให้แม่เลี้ยงกับยายเลี้ยงแทน

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นยายเลี้ยงที่ไปส่ง และแน่นอนว่าท่านก็มักจะเอาใจใส่ซูถิงที่เป็นหลานสาวแท้ๆ มากกว่า หลายครั้งที่เธอเกือบโดนรถจักรยานชนเพราะเดินไปใกล้ไหล่ทาง

หญิงสาวยิ้มบางเมื่อนึกถึงวัยเด็ก ไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนั้นมาได้ ต้องขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เธอเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้

บ้านพักกับที่ทำงานไม่ไกลกันมากนัก ห่างกันเพียงแค่ถนนกั้นเท่านั้น เดินข้ามถนนมาก็ถึงที่ทำงาน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เธอและสามี

“แค่มาส่งฉันทำงานไม่เห็นต้องแต่งตัวเต็มยศเลยนี่คะ" เสี่ยวถางไม่ชอบความโดดเด่น แต่สามีกลับใส่ชุดทหารจัดเต็มดึงดูดสายตาคนรอบข้างให้หันมอง

“ผมบอกแล้วว่ามีที่อื่นต้องไป ติดต่อเรื่องงานก็ต้องใส่ชุดทำงานสิ” โจวเฉวียนส่ายหน้าให้กับความหน้าบางของภรรยา

“ถ้างั้นส่งฉันแค่ทางเข้าก็พอแล้วค่ะ ที่นี่ฉันเดินเข้าออกตั้งแต่เด็ก หลับตาเดินเข้าไปยังได้ คุณไปทำงานของคุณเถอะ”

“อืม ถ้างั้นเจอกันตอนเย็นนะครับ” โจวเฉวียนพยักหน้ารับก่อนจะยืนส่งภรรยาจนกระทั่งเดินหายเข้าไปในสำนักงานแล้วเขาค่อยเดินจากไป

โชคดีที่ระยะทางจากที่นี่ไปค่ายทหารไม่ไกลเท่าไหร่ หากมีรถส่วนตัวก็ขับแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง และที่แต่งตัวเต็มยศวันนี้ก็เพราะต้องการจะไปขอรถประจำตำแหน่ง เพื่อที่จะได้ขับมานอนกับเมียได้โดยที่ไม่ต้องไปเข้างานสาย

 

ทางด้านซูเสี่ยวถางที่เริ่มงานวันแรก ทุกอย่างดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดี จะมีก็แต่เพื่อนๆ ที่รู้จักแม่เลี้ยงเท่านั้นที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเท่าไหร่ ยังดีที่หัวหน้าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อซู อีกทั้งยังมีลุงกงพ่อของกงจวิ้นทำงานอยู่ที่นี่ด้วย ท่านเองก็ช่วยแนะนำเธอได้ไม่น้อยเหมือนกัน

“ถางถางเก่งนะ มาทำงานวันแรกก็เข้าใจระบบแล้ว” ลุงกงเอ่ยชม

เดิมทีท่านก็คิดมาตลอดอยู่แล้วว่ายังไงซูเสี่ยวถางจะต้องกลายมาเป็นสะใภ้บ้านกง จึงรักและเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องราวกลับตาลปัตรจนน่าขายหน้า

“ไม่หรอกค่ะ ยังมีอีกเยอะที่ฉันต้องเรียนรู้”

“อืม ถ้าไม่ติดว่าอีกปีเดียวอาจวิ้นก็จะเรียนจบ ลุงเองก็คงจะยอมสละตำแหน่งให้เขาแล้วไปนอนพักผ่อนเหมือนพ่อของหลาน” นึกถึงพ่อซูที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงานและกลับบ้านดึกเพราะทำงานไม่เสร็จแล้วก็รู้สึกอิจฉา

“ทำงานดีกว่า เชื่อฉันเถอะค่ะ” เสี่ยวถางสัมผัสได้ถึงความเสียดายจากแววตาของพ่อซู

“นั่นแหละที่ลุงยังไม่ตัดสินใจสักที คนแก่อย่างพวกลุงจะทำงานไปได้อีกสักกี่ปี พอออกมาแล้วก็จะลกายเป็นคนแก่ไร้ค่า ว่องไวสู้คนหนุ่มคนสาวไม่ได้ บ้านเราเดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะจนตามแทบไม่ทัน”

เสี่ยวถางอยู่คุยกับลุงกงไม่นาน เพราะระหว่างเธอกับท่านไม่จำเป็นต้องพูดคุยให้คนอื่นนินทา ถึงยังไงในที่ทำงานนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้เรื่องราวของเธอกับบ้านกง

แต่ใครจะไปคิดว่าช่วงพักกลางวันจะเจอกงจวิ้นที่นี่ เอาอ้างว่าเอาข้าวกลางวันมาส่งพ่อ แต่กลับหาเรื่องอยู่ต่อ อีกทั้งยังหาเรื่องมาหาเธอที่ทำงาน ชวนคุยเหมือนตนที่ยังเป็นคนรักกัน จนคนที่ทำงานมองด้วยสายตาแปลกๆ

“เช้าผู้ชายอีกคนมาส่ง กลางวันผู้ชายอีกคนมาหา งามหน้าจริงๆ พนักงานใหม่”

“ก็แบบนี้แหละเด็กสมัยนี้ ชอบแทนตัวเองว่าเป็นคนสมัยใหม่ชายหญิงเท่าเทียม เป็นยังไงล่ะ”

“เบาๆ หน่อย ยังไงก็เป็นลูกหัวหน้าซูคงไม่ทำให้พ่อที่ยอมลาออกจากตำแหน่งเสียหน้าหรอก”

เสียงซุบซิบเริ่มหนาหูตั้งแต่วันแรก เสี่ยวถางได้ยินแต่ไม่ทำอะไร เพราะคิดว่ายิ่งเธอออกตัวก็จะยิ่งเหมือนคนร้อนตัว อีกอย่างมีแค่กงจวิ้นเท่านั้นที่พยายามทำตัวสนิทสนม ส่วนเธอก็ตอบไปพอเป็นมารยาท