แต่งงาน
แต่งงาน
ธันวาคม 1978
วันนี้เป็นวันที่บ้านโจวมาที่ซูโจวอีกครั้ง และครั้งนี้ที่มาก็เพื่อหารือเรื่องแต่งงานของโจวเฉวียนและซูเสี่ยวถาง หลังจากที่ทั้งสองคนลองใช้ชีวิตด้วยกันมาสักระยะแล้ว โจวเฉวียนก็จัดการให้ญาติผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างเป็นทางการ
“ทางผมไม่ขัดข้องอะไรหรอก เพราะยอมรับอาเฉวียนเป็นลูกเขยตั้งนานแล้ว” พ่อซูพูดยิ้มๆ การที่ฝ่ายชายให้เกียรติลูกสาวของท่านมากขนาดนี้รับว่าเป็นวาสนาของเธอแล้ว
“อาเฉวียนเองก็ถือว่าโชคดีที่ครอบครัวฝั่งภรรยาเมตตา ส่วนถางถางคนนี้ไม่ต้องห่วง ฉันรักยิ่งกว่าลูกชายของตัวเองเสียอีก” แม่โจวพูดขึ้น “เพียงแต่ว่า ฉันมีอาเฉวียนเป็นลูกคนเดียว เราสองคนตอนนี้นับว่ายังแข็งแรง แต่ต่อไปภายหน้าก็ยังต้องพึ่งลูกชายลูกสะใภ้ เลยอยากจะหารือเรื่องย้ายไปประจำการที่เซี่ยงไฮ้แล้วก็ย้ายทะเบียนบ้านของถางถางไปที่นั่นด้วยเลย ไม่ทราบว่าพ่อสะใภ้คิดเห็นยังไง”
เสี่ยวถางมองหน้าโจวเฉวียน เท่าที่เธอเข้าใจคือพูดคุยเรื่องงานแต่ง ไม่ได้มีเรื่องย้ายไปทำงานเซี่ยงไฮ้เลยแม้แต่น้อย เทียบกันแล้วอยู่ที่นี่เธอกับเขาเจอกันสะดวกกว่าที่เซี่ยงไฮ้ด้วยซ้ำ
“เอ่อ…เรื่องนั้น…คงต้องแล้วแต่เด็กๆ จะจัดการกันยังไง” พ่อซูถึงกับพูดไม่ออก
เข้าใจดีว่าทางครอบครัวของลูกเขยกังวลอะไร เพราะหลังจากที่ท่านเกษียณท่านก็มีเวลาอยู่กับลูกๆ มากขึ้น รู้สึกว่าความสัมพันธ์พ่อลูกดีกว่าที่ผ่านมาเป็นไหนๆ
แต่ก็ลืมนึกไปถึงฝั่งลูกเขยว่าคนอื่นจะมองเขายังไง เพราะตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับที่เขาแต่งเข้าบ้านของภรรยา ตามหลักแล้วผู้หญิงแต่งงานก็ต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามี เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
ความเห็นแก่ตัวของท่านลึกๆ แล้วไม่อยากให้ลูกสาวไป คิดว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ดีมากแล้ว แต่พอมาคิดอีกทีหากภายหน้าต่อไปลูกสาวมีลูก แน่นอนว่าท่านจะตั้งรั้งตัวหลานตัวน้อยของท่านเอาไว้อย่างแน่นอน ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ท่านมีลูกสาวนี่นะ
“เรื่องนี้เรายังไม่ได้คิด ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันลงตัวแล้ว กลัวว่าถ้าย้ายไปเร็วๆ นี้เราสองคนอาจจะต้องปรับตัวกันใหม่”
“ดูพูดเข้า จะปรับตัวใหม่อะไรกันล่ะ เซี่ยงไฮ้ไม่ใช่บ้านของลูกหรือยังไง” แม่โจวแย้ง ยังไงวันนี้ท่านก็จะต้องแต่งลูกสะใภ้เข้าบ้านให้ได้
“มันไม่เหมือนกันนี่ครับ” โจวเฉวียนแย้ง แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะพ่อโจวพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
“เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยทีหลังเถอะ คุยเรื่องแต่งงานให้เสร็จก่อน”
พอพ่อโจวพูดจบทุกคนต่างก็เงียบเสียงไป ปล่อยให้แม่สื่อแจกแจงสินสอดที่ทางฝ่ายชายจะมอบให้ พ่อซูไม่ขัดข้องและไม่ได้เสนออะไรเพิ่ม บอกเพียงว่า รักและอยากได้ลูกสาวท่านมากแค่ไหนก็ยกมาสู่ขอได้เลย
กลายเป็นว่าการเจรจาครั้งนี้ ไม่มีใครรู้ได้เลยว่าสินสอดที่จะมาสู่ขอซูเสี่ยวถางนั้นเท่าไหร่ อีกทั้งตัวเสี่ยวถางเองก็ไม่กังวล ไม่ใช่ว่าเงินเก็บทั้งหมดของโจวเฉวียนอยู่ที่เธอหมดแล้วหรอกเหรอ
มกราคม 1978
เจ้าบ่าวมารับตัวเจ้าสาวไปแต่งงานด้วยตัวเอง โจวเฉวียนในชุดนายทหารเต็มยศ กับเสี่ยวถางในชุดเจ้าสาวเรียบง่าย เนื่องจากอยู่ในช่วงโศกเศร้า อีกทั้งยังไม่อนุญาตให้จัดงานรื่นเริงเอิกเกริก
ห้องหอถูกจัดขึ้นที่บ้านพักในค่ายทหาร เพราะอยู่ไม่ไกลจากซูโจว อีกทั้งยังจัดงานเลี้ยงที่สโมสรของค่ายทหารไปด้วยเลย เนื่องจากว่าสหายของโจวเฉวียนอยู่ที่นี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนญาติที่เซี่ยงไฮ้ก็มาพักที่ในตัวเมืองซูโจวเพื่อเข้าร่วมงานแทน
แต่ที่ไม่พูดถึงเลยก็คงจะเป็นสินสอดที่ทางบ้านโจวส่งมาสู่ขอ เงินสด 3000 หยวน ผ้าไหมชั้นดี ผ้าฝ้ายชั้นดี จักรยาน จักรเย็บผ้า วิทยุ นอกจากนั้นโจวเฉวียนยังมอบเหล้าเหมาไถให้พ่อตาของเขาถึงสองขวด
เหล้าเหมาไถที่ต่างรู้ดีว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้ถ้าไม่มีเส้นสาย เพราะเป็นเหล้าที่หายากและราคาแพง แต่เขากลับหามาให้พ่อตาถึงสองขวด บ่งบอกว่าลูกเขยคนนี้เคารพพ่อตาของเขามากแค่ไหน
ทางซูเสี่ยวถางเองก็ไม่น้อยหน้า พ่อซูเป็นคนเตรียมชุดเครื่องนอนด้วยตัวเอง ชุดเครื่องนอนขนเป็ดหนักสิบชั่ง โทรทัศน์ขาวดำที่หายากพอๆ กับเหล้าเหมาไถ และที่สำคัญเลยก็คือเครื่องซักผ้า
แม้แต่ตัวเสี่ยวถางเองยังตกใจ ไม่คิดว่าพ่อของเธอจะไปปล้ำขนาดนี้ ถ้าเทียบกันแล้วดูเหมือนว่าสินเดิมของเธอจะมีมูลค่ามากกว่าสินสอดที่ทางเจ้าบ่าวเตรียมมาให้เสียอีก
สมกับคำพูดของพ่อซูที่บอกว่า “รักลูกสาวของท่านมากแค่ไหนก็ใส่มาเท่านั้น” นี่ไม่ใช่เป็นการแสดงความรักของท่านที่มีต่อลูกสาวหรอกเหรอ
แม่โจวเห็นแบบนั้นก็ยังนิ่ง พยักหน้าส่งสัญญาณบอกให้แม่บ้านหยางยกชุดเครื่องประดับเข้ามา ข้างในนั้นเป็นทับทิมสีแดงทั้งชุด ดูก็รู้ว่าเป็นของเก่าแก่ ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น สมกับเป็นเศรษฐีผู้ดีเมืองเก่าจริงๆ
ทางด้านซูถิงกับแม่ตอนนี้ลมแทบจับ แม่เลี้ยงซูอุตส่าห์ใจป้ำ ไปเลือกซื้อชุดเครื่องนอนขนเป็ดราคาแสนแพงด้วยตัวเอง นอกนั้นก็เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือนธรรมดาๆ แต่ใครจะไปคิดว่าสามีจะให้คนแบกโทรทัศน์เครื่องใหญ่กับเครื่องซักผ้าที่แม้แต่ตัวท่านก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นออกมา
“แม่ งานแต่งของฉันก็ต้องได้แบบเจี๋ยนะ ไม่งั้นฉันไม่ยอม” ซูถิงกระทืบเท้าเร่าๆ อิจฉาพี่สาวที่ได้หน้าได้ตาไปเต็มๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพ่อแกจะให้คำตอบเรื่องนี้ว่ายังไง”
แม่เลี้ยงซูถึงจะร้าย แต่ก็ยังพอรู้กาลเทศะ ไม่อาละวาดภายในงาน เก็บความไม่พอใจไว้ข้างใน แล้วยิ้มแย้มต้อนรับแขกในงาน
“แกเองก็เหมือนกัน ถ้าอยากจะมีหน้ามีตาแบบซูเสี่ยวถางก็แหกตาดูโลกภายนอกบ้าง ผู้ชายในนี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นทหาร มีหน้ามีตาของที่นี่ทั้งนั้น ไม่ใช่ดักดานหาเงินเลี้ยงครอบครัวสามีงกๆ” แม้จะรู้ว่าเรื่องภายในครอบครัวของลูกสาวไม่ควรเข้าไปยุ่ง
ก่อนหน้าลูกชายบ้านกงถือว่าเป็นที่หมายปองของสาวๆ ละแวกนั้นจริง แต่พอได้สัมผัสแล้วกลับเป็นคนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างนอกจากเรียน แล้วแบบนี้จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ยังไง
“แม่ ฉันมีสามีแล้วนะ” ซูถิงแย้ง แต่สายตากลับสะดุดอยู่ที่ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งเขาเองก็มองมาที่เธออยู่แล้วเหมือนกัน
“คู่หมั้น ตราบใดที่แกยังไม่จดทะเบียนสมรสแกก็ยังมีสิทธิ์เลือก แล้วก็ต้องเลือกแบบฉลาดด้วย ไม่ใช่รักสนุกไปวันๆ” แม่เลี้ยงซูเหมือนจะดูออก
ท่านปรายตาไปทางชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังยืนหว่านเสน่ห์ให้ลูกสาวของท่าน แต่พอเขาเห็นสายตาดุดันของแม่เลี้ยงซูก็รีบหันหน้าหนีและเดินหนีไปอีกทาง
ซูถิงยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ เธอชอบคนหล่อก็จริงๆ แต่ช่วงนี้ความสัมพันของเธอกับกงจวิ้นไปได้ดี ทำให้ไม่คิดอยากจะมองชายอื่น
บ่าวสาวถูกพาขึ้นมาทำพิธีเข้าห้องหอ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆ ซูถิงก็นอนแผ่ราบอยู่บนเตียง โดยมีโจวเฉวียนกำลังนวดขาให้
“ไม่คิดว่าการแต่งงานจะเหนื่อยขนาดนี้”
“หึ แม่เชิญแขกมาร่วมงานเยอะไปหน่อย ลำบากภรรยาแล้ว”
“ไม่หรอกค่ะ ครอบครัวคุณมีหน้ามีตาในค่ายทหาร เชิญแขกไม่ครบก็จะคิดว่าแบ่งพรรคแบ่งพวก” เสี่ยวถางส่ายหน้าไม่ถือสา
“อืม เหล่าผอของผมดีที่สุด”
หลังจากที่อยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาว แทะโลมนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ถูกเพื่อนเจ้าบ่าวมากวน ตามไปอยู่ฉลองด้วยกันจนกระทั่งฟ้ามืด
เวลาปฏิบัติหน้าที่พวกเขาก็เต็มที่ ไม่กล้าแม้แต่จะพูดเล่นกันในเวลางาน เพราะฉะนั้นเวลาแบบนี้เลยของฉลองให้เต็มที่สักหน่อย
โจวเฉวียนถูกหิ้วมาส่งในช่วงดึก เสี่ยวถางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเรียบร้อย
“น้องสะใภ้ ลำบากแล้ว”
“ฝากสหายโจวของพวกเราด้วย”
สองคนหิ้วโจวเฉวียนมาส่งพูดเสียงยานคาง ส่งเขาเข้าห้องแล้วพวกเขาก็เดินเซออกจากห้องไป เสี่ยวถางส่ายหน้าอย่างจนใจ กลิ่นเหล้าหึ่งตีจมูกจนต้องยกมือขึ้นมาปิด กำลังจะช่วยเช็ดตัวให้สามีแต่กลับถูกเขาดึงลงไปนั่งบนตัก
“แกล้งเมาเหรอคะ”
“หึ ไม่แกล้งพวกนั้นคงไม่ยอมให้กลับมาง่ายๆ แต่งงานทั้งทีก็ต้องทำให้เสร็จสิ้นขั้นตอนสิ” คนเมาเมื่อครู่ตาใส
“ขั้นตอนอะไรคะ”
“เข้าหอ”