LNCrawler

เกิดเรื่อง

ย้อนเวลามาเป็นแม่ค้าตลาดมืด ยุค 70 — novel.dek d.com · All chapters

เกิดเรื่อง

 

วันถัดมาพ่อโจวกับแม่โจวก็กลับเซี่ยงไฮ้ ก่อนไปพ่อโจวเตือนสติลูกชาย ว่าก่อนจะพูดหรือทำอะไรให้นึกถึงใจแม่โจวให้มากๆ

หลังจากเรื่องแม่สามีจบไปแล้ว เรื่องต่อมาที่กวนใจของเสี่ยวถางก็คือการมีลูก แม้สามีจะไม่เอ่ยปากบอกว่าอยากมี แต่ด้วยวัฒนธรรมและอะไรหลายๆ อย่างบีบบังคับให้ต้องมี

 

มีนาคม 1978

ซูเสี่ยวถางยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่ซูโจวเป็นหลัก วันหยุดสามีถึงจะพากลับบ้านที่เซี่ยงไฮ้ ชีวิตเหมือนจะเรียบง่าย จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งขอพบเธอ

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลินชิงเหอ เป็นภรรยาของมู่ชิงไป๋ สหายร่วมกองทัพของผู้พันโจวค่ะ”

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซูเสี่ยวถาง เป็นเจ้าหน้าที่ของที่นี่ค่ะ”

“ฉันทราบค่ะ แล้วก็รู้ด้วยว่าคุณคือพี่สาวของซูถิง” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดชื่อซูถิง

“คุณหลิน กำลังจะพูดอะไรกันแน่คะ” เสี่ยวถางเริ่มสงสัยกับคำพูดแปลกๆ ที่อีกฝ่ายพูด

“ฉันอยากจะฝากบอกคุณนายโจว ให้ไปเตือนน้องสาวของคุณหน่อย ว่าอย่ายุ่งกับของของคนอื่น”

“ก็แล้วทำไมคุณนายมู่ไม่ไปบอกด้วยตัวเองละคะ ทำไมต้องมาหาฉันถึงที่นี่” เสี่ยวถางเริ่มไม่พอใจ ใครจะยุ่งกับใครก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องรู้ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องของเธอที่ต้องไปบอกใคร

“ฉันบอกไปแล้วค่ะ แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ใส่ใจ ก็เลยอยากจะฝากคุณไปบอกเห็นว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เผื่อจะเตือนกันได้บ้าง หรือว่าจริงๆ แล้วซูถิงมีใครสนับสนุนให้ทำเรื่องน่าอายแบบนี้ลับหลัง"

เสี่ยวถางฟังแล้วก็ยิ้มเย้ยส่งไปให้ คนที่ไม่เคารพคนอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องเคารพตอบ “คนที่ว่า ไม่ทราบว่าคุณนายมู่กำลังหมายถึงใครอยู่กันแน่เหรอคะ”

“หึ จะใครก็ช่าง ฉันแค่ฝากคุณไปบอกหล่อนว่าให้เลิกยุ่งกับสามีของฉัน ถือว่าเป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย ต่อไปฉันจะไม่ใจดีแบบนี้อีก”

พูดจบหญิงสาวก็เดินออกจากสำนักงานไป แต่การมาของเธอครั้งนี้กลับสร้างคลื่นนินทาลูกใหม่ซัดเข้าหาซูเสี่ยวถางเต็มๆ

หลังจากเลิกงานเธอก็เล่าให้สามีฟัง ว่ารู้จักมู่ชิงไป๋ตามที่อีกฝ่ายแอบอ้างหรือเปล่า คำตอบของเขากลับทำเอาเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนน้องสาวของตนเองเป็นอย่างมาก

“สรุปว่าคุณรู้เรื่องของซูถิงแล้วเหรอคะ”

“อืม แต่รู้ก่อนคุณไม่นานครับ ได้ยินว่าหลินชิงเหอไปเจอพวกเขาสองคนอยู่ในห้องพักด้วยกัน เดิมทีหลินชิงเหอไม่ได้อยู่ที่เมืองนี้ จะแวะมาหามู่ชิงไป๋แค่ช่วงวันหยุด แต่บังเอิญวันนั้นเธอเข้ามาทำธุระในเมืองก็เลยแวะมาหา แต่ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้”

“หลังจากนั้นละคะ” เซี่ยวถางไม่ค่อยได้กลับไปที่บ้าน แต่ถึงกลับก็ไม่ค่อยรู้เรื่องครอบครัวของน้องสาวเท่าไหร่ เรียกได้ว่าไม่สนใจถึงจะถูก

“ชิงไป๋ก็ไปส่งภรรยาของเขากลับบ้านเดิม เรื่องเกิดได้เดือนกว่าแล้ว ได้ยินว่าพวกเขารู้จักกันตอนงานแต่งของเรา”

“คุณน่าจะบอกฉันเร็วกว่านี้ วันนี้หล่อนมาหาฉันถึงที่ทำงาน เดิมทีคิดว่าอยากจะฝากความไปบอกเหมือนที่พูด แต่พอฟังคุณพูดแล้วคิดว่าหล่อนน่าจะอยากให้อับอายมากกว่า”

“หล่อนทำให้คุณลำบากใจหรือเปล่า” น้ำเสียงของเขาติดจะเย็นชาอยู่สักหน่อย

“ไม่หรอกค่ะ ฉันปฏิเสธไปแล้วว่าถ้ามีอะไรจะพูดก็ให้ไปบอกกันเอง ฉันไม่รับฝาก”

“อืม เดิมทีผมคิดว่าเรื่องก็น่าจะจบลงเท่านั้น ไม่คิดว่าพวกเขาจะยังไม่หยุด โชคดีที่วันนั้นไม่ทันได้เกิดเรื่องขึ้น มู่ชิงไป๋ก็เลยรอดตัวไป แต่ไม่คิดว่าหลังจากน้องเขยคุณไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ น้องสาวคุณจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ลับหลังเขา”

“หมายความว่ากงจวิ้นเข้าทำงานที่สถาบันการเงินได้เหรอคะ” เสี่ยวถางถาม

“ใครบอกล่ะ เขาไม่มีทาบได้เข้าทำงานที่นั่นหรอก ได้ยินว่าเป็นธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งน่ะ” โจวเฉวียนมองภรรยาตาเขียว

“มองหน้าฉันแบบนั้นทำไมคะ คุณเป็นฝ่ายพูดถึงเขาก่อนเองนะ” เธอโยนความผิดไปให้สามี

“หึ แต่คุณก็ไม่น่าถามต่อ”

“ที่ฉันถามเพราะไม่อยากให้เขาเข้าทำงานที่นั่นได้ต่างหากละคะ คนแบบพวกเขาสองคนไม่ควรมีใครได้ดีสักคนหรอก” เสี่ยวถางเบ้ปาก

“อืม ถ้างั้นผมก็คิดถูกที่โยนรายชื่อของเขาออกไป” นายทหารหนุ่มฟังแล้วก็พยักหน้าพอใจ

“หมายความว่า ที่เขาเข้าสถาบันการเงินเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นเพราะคุณเหรอ"

โจวเฉวียนหัวเราะในลำคอ “จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง สามีคุณเป็นแค่ทหารธรรมดาๆ ทั่วไป ไม่ได้มีอำนาจเหมือนนายกเทศมนตรีในเซี่ยงไฮ้สักหน่อย”

เสี่ยวถางได้ยินแล้วก็ตาโต ไม่ใช่ว่าอารองของเขาทำงานเป็นรองนายกเทศมนตรีอยู่เหรอ เธอคิดว่าแค่เรื่องโยกรายชื่อของนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงานที่ไหนไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไร

 

หลังจากนั้นหลินชิงเหอก็หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ กดดันซูถิงไม่ได้ก็เลือกที่จะมากดดันเสี่ยวถางที่ไม่ตอบโต้แทน จนเธอทนไม่ไหว ต้องขอคุยกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัว

“คุณนายมู่ ฉันจำได้ว่าบอกไปแล้วว่าเรื่องภายในครอบครัวให้ไปคุยกันเอง ฉันไม่ยุ่ง”

“คุณเป็นพี่สาวของหล่อน น้องสาวทำเรื่องไม่ถูกต้อง พี่สาวอย่างคุณก็ต้องเตือนหล่อนสิถึงจะถูก เพราะฉะนั้นมาหาคุณน่ะถูกแล้ว” หญิงสาวกอดอกหันหน้าไปทางอื่น ไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะทำหน้ายังไง

“คุณมาบอกฉันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะขณะที่คุณตามตอแยฉันไม่เลิก บางทีพวกเขาก็อาจจะนัดเจอกันลับหลังคุณอยู่ก็ได้”

“แสดงว่าพวกเขายังไม่เลิกติดต่อกันจริงๆ สินะ” หญิงสาวถามเสียงเขียว

“เลิกหรือไม่เลิกฉันไม่รู้ ไม่ใช่หน้าที่ฉันที่ต้องรู้ แล้วฉันก็ไม่อยากรู้ด้วย สิ่งหนึ่งที่ฉันเตือนคุณได้ก็คือจะกล่าวหาใครก็ต้องมีหลักฐาน” เสี่ยวถางชี้ช่องทางเล่นงานคนคิดไม่ซื่อ

“หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าคุณจะพูดลอยๆ ว่าสองคนนั้นแอบคบกันไม่ได้ แต่ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ยังต้องมีหลักฐาน เช่นพยาน หรือไม่ก็รูปถ่าย”

“วันนั้นฉันเห็นกับตาว่าพวกเขาอยู่ด้วยกัน ผู้ชายเปลือยท่อนบน ส่วนผู้หญิงก็เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ดูก็รู้ว่าทำอะไรกันมา”

“พูดแบบคุณใครเขาก็พูดได้ ถ้าจะพูดแบบนั้นมู่ชิงไป๋ก็อาจจะพูดได้เหมือนกันว่าคุณสวมหมวกเขียวให้เขาที่ชนบท” เสี่ยวถางส่ายหน้าให้กับความใสซื่อของอีกฝ่าย นึกถึงตัวเองในชาติก่อนและชาตินี้ที่เล่นบทจับชู้คาหนังคาเขา

“เหลวไหล ฉันอยู่ที่บ้านปรนนิบัติพ่อแม่ของสามี จะคบชู้ได้ยังไง” ชิงเหอเถียงคอเป็นเอ็น

“ไม่อย่างนั้น ทำไมคุณถึงไม่บอกให้พ่อแม่ของเขามาดูพฤติกรรมของลูกชายตัวเองล่ะ หรือว่าพวกเขาก็ให้ท้ายลูกชายที่ไม่เอาไหน”

“ไม่ใช่หรอก พ่อแม่ของเขาดีมาก เป็นเพราะพวกท่านที่สนับสนุนให้ฉันมาหาชิงไป๋ แล้วก็ดูแลลูกชายของฉันให้” พอพูดเรื่องนี้ หญิงสาวก็มีท่าทีอ่อนลง

“ก็ถ้าพ่อแม่สามีเป็นกลางตามที่คุณว่า พวกท่านก็คือพยานปากชั้นเอกที่จะช่วยคุณพลิกคดีกลับมาชนะให้การฟ้องชู้ได้”

“ทำไมคุณถึงช่วยฉันล่ะ” หลินชิงเหอมาคิดๆ ดูแล้ว หล่อนไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับเธอ ควรจะปกป้องน้องสาวถึงจะถูก

“ฉันบอกไปแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา แล้วก็สงสารคุณที่กำลังตกเป็นเหยื่อกามอารมณ์ให้กับพวกเขา จำเอาไว้อย่างเดียวว่า ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ห้ามให้ตัวเองเดือดร้อนเป็นอันขาด”

“วางใจเถอะ ฉันดับเครื่องชนเต็มที่แล้ว ไม่กลัวอะไรแล้วล่ะ”

“ถ้าฉันฟังไม่ผิด ไม่ใช่คุณบอกว่ามีลูกชายไม่ใช่เหรอ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา ยังไงสิทธิ์การเลี้ยงดูก็ต้องตกเป็นของพ่อ ที่สำคัญถ้าหากมู่ชิงไป๋ทำผิดจริง ก็จะเข้าขั้นความผิดวินัยร้ายแรง อาจถึงขั้นถูกไล่ออก ถ้าถึงวันนั้นคุณจะไม่เดือดร้อนเหรอ” เสี่ยวถางพูดให้อีกฝ่ายคิด เกิดเป็นผู้หญิงมีแต่เสียกับเสีย

“วางใจเถอะ อย่างมากก็แค่ลากกระเป๋าใบเดียวกลับบ้านเก่า พ่อแม่ไม่ปล่อยให้ฉันอดตายหรอก เดิมทีพวกท่านก็ไม่เห็นด้วยที่ฉันจะแต่งงานกับคนเจ้าชู้อย่างเขา แต่เป็นเพราะฉันมันหูเบา หลงเชื่อคำพูดจาหวานหูของเขา ก็เลยลงเอยแบบนี้”

เสี่ยวถางมองหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังแค้นมาก แต่ก่อนที่เธอจะแค้น ครั้งหนึ่งก็เคยรักมากมาก่อนเช่นเดียวกัน