ไม่ยุติธรรม
ไม่ยุติธรรม
เสียงระฆังดังขึ้นขัดจังหวะการนอน อากาศในตอนกลางคืนแม้จะเป็นช่วงหน้าร้อนก็ยังถือว่าดีมาก อุณหภูมิอยู่ที่ 14-15 องศาเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่ที่นี่เช้าเร็ว ตีสามฟ้าก็สว่างหมดแล้ว
“อือ เสียงอะไรน่ะ หนวกหูชะมัดเลย” หลิวหลิวงึมงำ
ส่วนเสี่ยวถางตอนนี้นั้นลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเป็นคนแรกๆ เปลี่ยนชุดพร้อมทำงาน เข้าครัวไปเตรียมมื้อเช้าแล้วก็มื้อกลางวันเตรียมเอาไว้เลย แม้ว่าช่วงพักกลางวันจะมีเวลาให้พักถึง 2 ชั่วโมง แต่คนเยอะขนาดนี้ยังไงก็ต้องแย่งกันใช้ครัว ไม่สู้ตื่นเช้าหน่อยไม่ต้องแย่งกับใคร แล้วค่อยเอาเวลาที่เหลือไปนอนพักกลางวันแทน
อาหารเช้ามื้อนี้ก็จะเป็นข้าวโพดที่ได้มาจากงานเลี้ยงเมื่อคืน แล้วก็แผ่นแป้งจี่ที่ไม่มีใครสนใจ เสี่ยวถางถือกลับมาเป็นสิบๆ แผ่น จึงเอามาจี่บนกระทะอุ่นกินสำหรับเช้าวันนี้
“สายแล้วๆ ไม่ทันแน่ๆ เลย” หลิวหลิวลุกขึ้นโวยวายหัวฟูเพราะตื่นเกือบสุดท้าย แน่นอนว่าตอนนี้ในครัวแน่นขนัดไปแล้ว
ในบ้านพักแห่งนี้มีผู้หญิงด้วยกันทั้งหมด 15 คน แล้วก็มีบ้านพักของผู้ชายด้วยอีก 20 คน ถือว่าที่นี่เป็นค่ายใหญ่ค่ายหนึ่งเลยก็ว่าได้
“เจี๋ย ทำไมไม่ปลุกกันบ้าง” หลิวหลิวตอนนี้กำลังแทะแกนข้าวโพดเป็นอาหารเช้าเพราะตื่นไม่ทันเข้าครัว
“ไม่ใช่หน้าที่ฉันนี่” หญิงสาวตอบแบบไม่ใส่ใจ แต่ยังใจดียอมแบ่งแผ่นแป้งที่ข้างในมีไส้ผักซึ่งแกะเอามาจากเกี๊ยวไส้ผักกาดเมื่อคืน
“เจี๋ยใจดีที่สุด” หญิงสาวยิ้มกว้าง รับแผ่นแป้งมาแล้วก็กัดกินคำใหญ่
“นี่มันไส้เกี๊ยวเมื่อคืนนี่นา แต่ทำไมถึงรู้สึกว่ารสชาติมันดีกว่าเมื่อคืน"
“อือ เอาผักดองใส่ลงไปด้วยน่ะ”
“เจี๋ยเอาแบบนี้ไหม เอาเสบียงของเรามารวมกัน ฉันยกหน้าที่ทำอาหารให้เจี๋ยจัดการดูแล เป็นไง ความคิดของฉันเข้าท่าดีไหม” หญิงสาวกอดแขนออดอ้อน
“เห็นแก่ตัวน่ะสิไม่ว่า อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ที่ยกให้ฉันทำอาหารไม่ใช่เพราะว่าอร่อย แต่เป็นเพราะว่าตัวเองจะได้นอนตื่นสายได้ ไม่เอาด้วยหรอก อยากกินก็ต้องตื่นเช้ามาทำกินเอง ฉันไม่ใช่เบ๊ใคร” เสี่ยวถางพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
หลิวหลิวฟังแล้วก็ตาโต จากนั้นก็เบ้ปาก “เจี๋ย ทำไมคิดในแง่ลบกับฉันขนาดนี้ล่ะ เมื่อคืนก็เห็นแล้วว่าฉันกินนิดเดียว รับรองว่ากินไม่เปลือง ที่สำคัญเจี๋ยยังสามารถกินส่วนของฉันได้ด้วยนะอ้าว” หญิงสาวใจป้ำ เพื่อแลกกับการตื่นสายแล้วเธอยอมแลกทุกอย่าง
“หึ ถ้างั้นรอดูเย็นนี้แล้วกันว่าเธอจะกินน้อยตามที่พูดหรือเปล่า” เสี่ยวถางส่ายหน้า จากนั้นก็รีบเดินไปรวมตัวกับชาวบ้านที่ตอนนี้น่าจะมากันครบหมดแล้ว
เมื่อไปถึงลานหมู่บ้าน ก็เห็นหัวหน้าทีมผลิต แล้วก็ผู้นำหมู่บ้าน กำลังแจกแจงว่าใครจะได้อยู่กลุ่มไหน เนื่องจากว่าที่นี่เป็นเกษตรขนาดใหญ่ มีทั้งแปลงนาแล้วก็งานในไร่พืชแห้ง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้อยู่ส่วนไหน
เสี่ยวถางยืนฟังอยู่เงียบๆ สายตาเธอไปสะดุดอยู่ที่นายทหารหนุ่มที่ตอนนี้กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตคนหนึ่งอยู่ จากนั้นก็หันมาทางเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหาผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังพิงรถบรรทุกอยู่
ไม่นานรายชื่อของแต่ละคนก็ถูกเรียกให้ไปประจำการยังจุดต่างๆ เสี่ยวถางโชคดีที่ได้ดูแลแปลงผักสำหรับปลูกส่งออกไปในตัวเมือง
ส่วนหลิวหลิวนั้นได้ไปถอนวัชพืชที่ไร่ข้าวโพด โดยส่วนมากผู้หญิงจะไม่ค่อยได้งานหนักเท่าผู้ชาย และผู้ชายจะถูกให้ลงแปลงนาเสียเป็นส่วนใหญ่
เสี่ยวถางเดินตามภรรยาของผู้นำหมู่บ้านไปยังแปลงผัก ซึ่งข้างในนี้ก็จะมีแตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ พริก แล้วก็มะเขือยาว
“หน้าที่ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก รดน้ำเช้าเย็น ถอนวัชพืช แต่จะตื่นเช้ากว่าคนอื่นๆ เพราะต้องมาเก็บผักเพื่อส่งไปขายที่ตัวเมืองให้ทัน” ภรรยาของผู้นำหมู่บ้านอธิบายคร่าวๆ
“วันนี้พวกเราเก็บผักเสร็จแล้ว ต่อไปก็จะไปตากหอมกับกระเทียมที่ถอนมา อย่าคิดว่างานที่นี่ง่าย เพราะเราจำเป็นต้องตื่นเช้ากว่าคนอื่นเพื่อมาเก็บผัก”
“เช้าที่ว่านี่กี่โมงเหรอคะ” เหอซิ่วยกมือขึ้นถาม
“ช้าสุดก็ตีสาม แต่ส่วนมากแล้วตีสองก็ลงมาถึงแปลงผักแล้ว” ภรรยาผู้นำหมู่บ้านตอบยิ้มๆ
“แล้วเลิกงานกี่โมงเหรอคะ”
“เลิกพร้อมคนอื่น แต่ระหว่างนี้ถ้าทำงานของเราเสร็จแล้วก็สามารถพักได้ ส่วนมากแล้วก็จะไปนั่งถักถุงเท้าเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในช่วงฤดูหนาว”
เสี่ยวถางฟังแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ชาติที่แล้วเธอต้องลงไปถอนวัชพืชที่ไร่ข้าวโพด กลับบ้านมาผื่นขึ้นไปทั้งตัว จนต้องใช้แป้งเย็นโรยถึงจะนอนได้ ชาตินี้ถือว่าสวรรค์เมตตาเธอมากจริงๆ
“อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะงานหนักของพวกเราคือการเก็บพริก ทั้งแสบทั้งเมื่อย เตรียมใจเอาไว้ให้ดีๆ ล่ะ” หนึ่งในแม้บ้านพูดดักเมื่อเห็นสีหน้าดีใจของยุวชน
เสี่ยวถางพอได้ยินแบบนั้นก็หุบยิ้ม เธอเคยได้ยินเพื่อนคนหนึ่งถูกแตนต่อยเพราะไปเก็บพริก ได้ยินว่าที่นั่นรังแตนเยอะมาก ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงชอบไปทำรังที่นั่น ถูกต่อยบ่อยๆ เข้าถึงกับขอย้ายลงมาทำงานที่ทุ่งนาแทน
ครึ่งวันแรกของเสี่ยวถางผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เธอกำลังนั่งรวมกลุ่มกับแม่บ้าน ซึ่งกำลังสอนเธอถักถุงเท้าด้วยไหมพรม ก่อนจะมองเห็นหลิวหลิวเดินร้องไห้ตาแดงมาแต่ไกล
“เจี๋ย” หญิงสาวพอเห็นหน้าเสี่ยวถางก็เหมือนเห็นบรรพบุรุษ รีบเดินเข้าไปใกล้เตรียมจะโผเข้ากอด ทว่าเสี่ยวถางกลับใช้มือข้างหนึ่งดันศีรษะของอีกฝ่ายเอาไว้ เนื่องจากว่าเธอสูงกว่าเกือบสิบเซ็น
“อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้ ไปล้างตัวก่อน”
“เจี๋ย รังเกียจฉันเหรอ ฉันทั้งร้อนแล้วก็คัน แต่ทำไมเจี๋ยถึงได้นั่งสบายอยู่ในร่ม ไม่ยุติธรรมเลย”
คำพูดไม่คิดของหลิวหลิว เมื่อหลุดออกมาจากปากแล้วก็ทำให้คนอื่นๆ ที่ได้ยินถึงกับชะงัก มีแค่เธอกับเหอซิ่วเท่านั้นที่ได้รับเลือกให้ทำงานที่แปลงผัก ส่วนคนอื่นๆ ก็กระจายไปตามทุ่งนาแล้วก็ไร่พืชแห้ง
“นั่นสิ สบายเกินไปแล้ว”
“ใช่ๆ”
เสียงโวยวายดังขึ้น เดือดร้อนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตต้องเดินมาดู ต่างจากภรรยาของผู้นำหมู่บ้านที่มีสีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เพราะการดูถูกคนของเธอ ก็เหมือนดูถูกเธอด้วย
“เกิดอะไรขึ้น” หัวหน้าทีมผลิตเดินเข้ามาถาม
“ใครเป็นคนแบ่งกลุ่มคะ ทำไมเหอซิ่วกับซูเสี่ยวถางถึงได้ทำงานสบาย แล้วพวกเราต้องไปทำงานตากแดด คันก็คัน ดูสิผื่นขึ้นเต็มตัวหมดแล้ว”
“ใช่ๆ”
“พวกเธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง งานแปลงผักของพวกเราใช่ว่าจะสบายหรอกนะ ต้องตื่นก่อนชาวบ้านแต่ต้องเลิกงานพร้อมกับทุกคน เสร็จจากงานเก็บผักก็ต้องไปทำอย่างอื่นต่อ ไม่เคยหยุดพักกินแรงใคร” ภรรยาผู้นำหมู่บ้านพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ฉันก็อยากจะทำงานที่แปลงผักบ้าง”
“ใช่ๆ ฉันก็อยากทำ”
ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถโจมตีงานแปลงผักว่าเป็นงานสบายได้ เลยเปลี่ยนเป้าหมายแทน ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ก็เข้าร่วมเสียเลยจะได้ไม่เหนื่อย
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงของหัวหน้าฝ่ายผลิตตะโกนแข่ง “ใครก่อความวุ่นวายหักแต้มค่าแรง 5 คะแนน”
พอได้ยินแบบนั้นทุกคนต่างก็เงียบเสียงลง เพราะเป็นที่รู้กันว่าทำงานแต่ละวันนั้น จะได้เป็นแต้มค่าแรง แล้วเอาไปบวกลบกันตอนสิ้นปีเพื่อรับปันผลและส่วนแบ่งตลอดทั้งปี
“หัวหน้าจางอย่าเพิ่งโกรธเลยค่ะ สหายทั้งหลายก็แค่อยากจะทราบว่าใครเป็นคนจัดกลุ่มว่าแต่ละคนจะต้องอยู่หน่วยงานไหน แล้วทำไมซูเสี่ยวถางถึงได้อยู่ที่แปลงผักก็เท่านั้นเองค่ะ ถ้ามีคนตอบคำถามได้ เชื่อว่าพี่น้องทุกคนคงไม่มีใครกล้าสงสัยในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่” หลี่ชิ่วชิงพูดขึ้น เธอตั้งใจเจาะจงไปที่เสี่ยวถางคนเดียว เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนนั้นเป็นใคร
"เจี๋ย" หลิวหลิวดูตกใจที่คำพูดของเธอกำลังทำให้สหายเดือดร้อน
“ผมเอง” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงรองเท้าหนังที่ดังก้องไปทั่วลานส่วนกลางของหมู่บ้าน