LNCrawler

อาบน้ำเย็น

ยุค 70 สะบัดรักคนเลว ไปซบนายทหาร — novel.dek d.com · All chapters

อาบน้ำเย็น

"ยังหรอก"

เมื่อได้ยินคำถามของอันหมิ่น เหลียงอี้ก็ตอบกลับไป น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำเป็นพิเศษท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน

"อุ้มแบบนี้เดินลำบาก เดี๋ยวผมให้ขี่หลังดีกว่า"

พูดจบเขาก็หันหลังให้ แล้วย่อตัวลงเล็กน้อย

สมองของอันหมิ่นยังคงตื้อๆ ตอบสนองช้าไปครึ่งจังหวะ เธอมองดูแผ่นหลังกว้างตรงหน้า อึ้งไปสองวินาทีกว่าจำทำความเข้าใจได้

เธอรู้สึกเขินนิดๆ แต่กระดูกทุกชิ้นในร่างกายมันประท้วงว่าปวดเมื่อยไปหมด ไม่มีแรงจะเดินกลับเองจริงๆ

"...อื้อ"

อันหมิ่นตอบรับเสียงแผ่ว แล้วยอมปีนขึ้นไปเกาะหลังเขาแต่โดยดี สองแขนโอบรอบคอเขาไว้อย่างอ่อนแรง

เหลียงอี้ช้อนใต้ข้อพับเข่าของเธอไว้อย่างง่ายดาย ขยับตัวเธอให้เข้าที่เข้าทางบนหลัง ก่อนจะยืนขึ้นอย่างมั่นคงและก้าวเดินไป

อันหมิ่นทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของเขา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและแข็งแกร่งที่ส่งผ่านมาทางเสื้อผ้าบางๆ บวกกับจังหวะการเดินที่โยกเยกเบาๆ กลับทำให้รู้สึกสบายกว่าตอนที่ถูกอุ้มเมื่อกี้เสียอีก

เธอเอียงคอซบหน้าลงกับไหล่ของเขา เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งและปรือลงอีกครั้ง

"เหนื่อยขนาดนี้ พรุ่งนี้ไม่ต้องไปแล้วนะ"

เสียงของเหลียงอี้ดังมาจากด้านหน้า แฝงไปด้วยความสงสาร

เขาเคยบอกไว้ก่อนแล้วว่างานทำนานี่ไม่เหมือนงานอื่น มันทั้งหนักทั้งเหนื่อย

ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับหมู่บ้านตงเซียงด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

อันหมิ่นหลับตา ซุกหน้าถูไถกับแผ่นหลังของเขา น้ำเสียงอู้อี้ฟังไม่ค่อยถนัด คล้ายกับกำลังออดอ้อนและบ่นพึมพำไปพร้อมๆ กัน

"ไม่ได้สิ... ที่ดินยังจัดการไม่เสร็จเลย... เมล็ดพันธุ์... หัวหน้าหมู่บ้านบอกว่า..."

พูดยังไม่ทันจบ เสียงก็ค่อยๆ เบาลง ลมหายใจกลับมายืดยาวและสม่ำเสมออีกครั้ง

เหลียงอี้ถอนหายใจออกมาเงียบๆ

เขารู้ดีว่าห้ามไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะอันหมิ่นน่ะดื้อรั้นยิ่งกว่าวัวสิบตัวลากก็ไม่กลับ

ดังนั้นเหลียงอี้จึงทำได้เพียงแบกเธอ เดินไปตามถนนดินที่เงียบสงัดทีละก้าวๆ

แสงจันทร์ไม่สว่างนัก แต่ก็พอให้เขามองเห็นทางเดินตรงหน้าได้ชัดเจน

รอบด้านมีเพียงเสียงแมลงร้องสลับกับเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนที่อยู่บนหลัง

อันหมิ่นหลับสนิท ร่างกายขยับขึ้นลงเบาๆ ตามจังหวะการเดินของเขา

เหลียงอี้กลัวว่าเธอจะลื่นตกลงมา จึงกระชับมือที่ช้อนใต้ข้อพับเข่าของเธอให้สูงขึ้นอีกนิด

เขารู้สึกได้ว่าคนที่อยู่บนหลังขยับตัว แขนที่โอบรอบคอเขาดูเหมือนจะรัดแน่นขึ้นอีกหน่อย ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่หลังใบหูของเขา

"เหลียงอี้..."

จู่ๆ คนบนหลังก็เรียกชื่อเขางึมงำ

"หืม?"

เขาขานรับ นึกว่าเธอตื่นแล้ว

"...น้ำ... ไม่พอ..."

อันหมิ่นเหมือนกำลังละเมอ น้ำเสียงทั้งเบาและอู้อี้

เหลียงอี้ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่มุมปากกลับอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

ขนาดในฝันยังห่วงเรื่องที่นาและเรื่องวุ่นวายพวกนั้นอีก

เขาหันหน้าไปมอง เห็นเพียงเส้นผมที่นุ่มสลวยของเธอร่วงหล่นลงมาปรกไหล่

"รู้แล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวให้เสี่ยวหวังช่วยขนน้ำไปให้เยอะๆ เลย"

เขาตอบรับเสียงเบา ไม่รู้ว่าพูดให้คนที่หลับอยู่ฟัง หรือพูดให้ตัวเองฟังกันแน่

เหลียงอี้แบกอันหมิ่น ก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้าไปในลานบ้านของตัวเอง

เขาเบี่ยงตัวใช้ไหล่ดันประตูห้องที่แง้มอยู่ให้เปิดออก เดินตรงไปที่ริมเตียงเตาในห้องด้านใน แล้วค่อยๆ วางอันหมิ่นที่อยู่บนหลังลง

อันหมิ่นหลับสนิท ร่างกายอ่อนปวกเปียก ไหลลื่นลงมาราวกับไม่มีกระดูก

เหลียงอี้รีบหันขวับ มือหนึ่งโอบเอวเธอไว้ อีกมือประคองแผ่นหลัง แล้วค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงเตา

"อื้อ..."

อันหมิ่นถูกรบกวนจากการเคลื่อนย้าย จึงส่งเสียงครางในลำคออย่างไม่รู้ตัว ขนตายาวงอนสั่นระริก แต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมา

เธอเพียงแค่พลิกตัวตามสัญชาตญาณ ขดตัวเข้าหากันราวกับลูกแมวที่หาที่ซอนตัวเจอ เอาหน้าถูไถกับหมอน แล้วก็หลับสนิทไปอีกครั้ง

เหลียงอี้ยืนอยู่ข้างเตียง อาศัยแสงจันทร์สลัวๆ ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา มองดูใบหน้ายามหลับใหลที่แสนเหนื่อยล้าของเธอ

มิน่าล่ะหัวหน้าหมู่บ้านถึงบอกว่าเหนื่อยจนหลับไป จะไม่เหนื่อยได้ยังไงล่ะ

อันหมิ่นน่ะห่วงภาพลักษณ์ตัวเองที่สุด ต่อให้จะทุลักทุเลแค่ไหน ก็ต้องรักษาความเย่อหยิ่งของตัวเองเอาไว้

พูดตามตรง เหลียงอี้ก็ชอบความดื้อรั้นในตัวอันหมิ่นตรงนี้แหละ

เขาโน้มตัวลง ปัดผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างแผ่วเบา

ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวอุ่นๆ ของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกนุ่มนวลนั้นทำเอาใจเขากระตุกวูบ

เหลียงอี้ละสายตาจากใบหน้า เลื่อนลงไปมองที่เท้าของเธอ

เธอสวมรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่เปื้อนโคลนไม่น้อย ขอบรองเท้ายังมีรอยเปื้อนโคลนแห้งเกรอะกรัง

ใส่นอนแบบนี้คงไม่สบายตัวแน่ๆ แถมยังทำเตียงเปื้อนด้วย

เหลียงอี้ยื่นมือออกไป จับข้อเท้าข้างที่อยู่ใกล้เขาที่สุดของอันหมิ่นเอาไว้

ข้อเท้าของเธอเล็กบางมาก เมื่ออยู่ในกำมือของเขา แม้จะมีขากางเกงกับถุงเท้าบางๆ กั้นอยู่ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงรูปทรงของกระดูกและความอบอุ่นของผิวเนื้อได้อย่างชัดเจน

นิ้วของเหลียงอี้ราวกับถูกของร้อนลวก ชะงักไปชั่วครู่

เขาหุบนิ้วเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ข้อเท้าเล็กบางนั้นจึงเข้ามาอยู่ในอุ้งมือของเขา

อันหมิ่นที่อยู่บนเตียงเหมือนจะรู้สึกได้ถึงความอึดอัดและความร้อนที่ข้อเท้า จึงหดเท้าหนีในขณะที่ยังหลับอยู่

เธอรู้สึกคันๆ ยิบๆ ไม่สบายตัวเลย

ปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำเอาเหลียงอี้ถึงกับกลั้นหายใจ มือที่จับข้อเท้าเธออยู่คลายออกทันที เหลือเพียงการโอบประคองไว้หลวมๆ

โชคดีที่อันหมิ่นไม่ตื่น ซึ่งก็ทำให้เหลียงอี้โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง

เมื่อกี้เขายังคิดอยู่เลยว่าถ้าอันหมิ่นตื่นขึ้นมา เขาจะทำยังไงดี

เขาตั้งสติ ยื่นมืออีกข้างไปคลำหาส้นรองเท้า แล้วค่อยๆ ถอดออกให้อย่างเบามือ

รองเท้าที่สร้างความอึดอัดถูกโยนทิ้งไปด้านข้าง เหลียงอี้หันหลังเดินไปตักน้ำมา

เหลียงอี้ทำงานปรนนิบัติพวกนี้ได้อย่างคล่องแคล่วเชียวล่ะ

ก็แน่ล่ะ อันหมิ่นหลับสนิท ว่านอนสอนง่ายราวกับตุ๊กตาที่ปล่อยให้เขาจับแต่งตัวได้ตามใจชอบเลยนี่นา

เขาใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าของอันหมิ่นออกจนหมด

"เหลียงอี้เหรอ"

ในขณะที่เขากำลังจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเธอออก อันหมิ่นก็ลืมตาขึ้น

วินาทีนั้น สี่ตาประสานกัน ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ

"ใส่เสื้อผ้านอนมันไม่สบายน่ะ..."

คำอธิบายแห้งๆ นี้ฟังดูไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลย ทำให้ทั้งเหลียงอี้และอันหมิ่นต่างก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

"ฉันหลับลึกไปหน่อย รบกวนคุณอีกแล้วนะคะ"

อันหมิ่นเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเหลียงอี้

แสงไฟสลัวๆ จากตะเกียงบนโต๊ะ กลับทำให้อันหมิ่นรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา

ลำคอขาวผ่องเนียนละเอียดของเธอเปิดเปลือยต่อสายตาของเหลียงอี้ ในดวงตาที่เขามองเธอ มีเพียงภาพของเธอเท่านั้น

รอยริ้วแดงระเรื่อราวกับแสงสะท้อนของตะวันรอนพาดผ่านใบหน้าของเธอ เหลียงอี้ก้าวถอยหลังไปสองก้าว

อันหมิ่นยื่นมือออกไป รั้งข้อมือเขาไว้

"มีอะไรเหรอ"

ผู้ชายคอแห้งผาก คำพูดที่เอ่ยออกมาแหบพร่าอย่างบอกไม่ถูก

"ผ้าขนหนู ส่งมาให้ฉันหน่อยสิคะ... ฉันอยากเช็ดตัวอีกหน่อย"

อันหมิ่นรู้สึกว่ามีเหงื่อซึมตามตัว ตอนนี้มันแห้งแล้ว เหนียวเหนอะหนะติดเสื้อผ้า ไม่สบายตัวเลย

เมื่อได้ยินดังนั้น เหลียงอี้ก็ก้มลงมองผ้าขนหนูในมือตัวเอง

"เดี๋ยวก่อน ผมไปซักให้ใหม่"

เขาเหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าอันหมิ่นจะเช็ดตรงไหน หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ

แต่ผิวเขาคล้ำ ต่อให้หน้าแดงก่ำก็คงดูไม่ออกหรอก

ไม่นาน เหลียงอี้ก็เอาผ้าขนหนูผืนสะอาดมาให้

เขาเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก เพื่อปล่อยให้อันหมิ่นมีพื้นที่ส่วนตัว

เสียงเสียดสีของเสื้อผ้าดังลอดออกมาจากห้องด้านใน ชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิง

เหลียงอี้นั่งอยู่บนโซฟา ในมือถือหนังสือ แต่กลับอ่านไม่เข้าหัวเลยสักหน้าเดียว

หลังจากที่อันหมิ่นเช็ดตัวเสร็จและเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้ว ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ซ่าดังมาจากข้างนอก

ดึกดื่นป่านนี้ เหลียงอี้ต้มน้ำอาบงั้นเหรอ

รู้งี้เธออาบด้วยก็ดี

แต่เมื่อเหลียงอี้ล้มตัวลงนอนบนเตียงเตา อันหมิ่นก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"คุณอาบน้ำเย็นเหรอคะ"

"เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"