LNCrawler

ไม่ใช่เพราะผมไม่อยาก

ยุค 70 สะบัดรักคนเลว ไปซบนายทหาร — novel.dek d.com · All chapters

ไม่ใช่เพราะผมไม่อยาก

อันหมิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง

เธอไม่ได้สงสัยในความสามารถของเหลียงอี้ แต่การตกต่ำอย่างสิ้นเชิงของเฉินม่อ ทำให้เธอรู้สึกสลดใจอย่างบอกไม่ถูก

เธอนึกถึงนักวิชาการเฉินผู้เคยสง่างามและหยิ่งผยอง แต่ตอนนี้กลับต้องมามีจุดจบที่น่าสมเพชขนาดนี้

อันหมิ่นส่ายหน้าเบาๆ สลัดความคิดไร้สาระพวกนี้ทิ้งไป

"หลักฐานพวกนั้น... กระดาษโน้ต จดหมายแนะนำตัวปลอม..."

เธอหันไปมองเหลียงอี้ แววตาแฝงความสงสัย "คุณดูออกตั้งแต่เมื่อวานแล้วเหรอคะ"

"ตั้งแต่ตอนที่ผู้เฒ่าหวังมาเมื่อวาน สายตาเขามันก็มีพิรุธแล้ว ไม่งั้นผมคงไม่เตือนให้คุณระวังตัวหรอก"

เหลียงอี้ตอบสั้นๆ แต่น้ำเสียงอ่อนโยนลงมาก

"พอเขาคล้อยหลังไป ก็มีคนสะกดรอยตามเขาทันที เขาเก็บอาการไม่อยู่หรอก ตกกลางคืนก็แอบไปคุ้ยร่องหน้าต่าง เลยถูกจับได้คาหนังคาเขา ส่วนเฉินม่อ... ช่วงนี้เขาทำตัว 'สงบเสงี่ยม' เกินไป มันผิดปกติ"

"ผมก็เลยให้คนไปสืบดูว่าช่วงนี้เขาติดต่อกับใครบ้าง ไล่เลียงไปเรื่อยๆ จนเจอคนที่ช่วยเขาทำจดหมายแนะนำตัวปลอมนั่นแหละ"

เขาเล่าอย่างสบายๆ ราวกับว่าการสืบสวนที่รัดกุมและการลงมืออย่างเด็ดขาดพวกนี้เป็นแค่เรื่องง่ายๆ พลิกฝ่ามือ

อันหมิ่นฟังแล้ว ยิ่งรู้สึกทึ่งในใจ

ความเฉียบแหลม ความเด็ดขาด และความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ของเหลียงอี้ เหนือกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก

เธอรู้มาตลอดว่าเขาเก่ง แต่ในวินาทีนี้ เธอเพิ่งจะได้สัมผัสอย่างแท้จริงว่า ผู้ชายคนนี้ได้ถักทอตาข่ายคุ้มกันอันแน่นหนาไว้ปกป้องเธออย่างเงียบๆ

และทุกสิ่งที่เขาทำ ก็เพื่อปกป้องเธอทั้งสิ้น

ในวินาทีนี้ ความน้อยเนื้อต่ำใจจากชาติที่แล้ว และความอบอุ่นที่ถาโถมเข้ามาในชาตินี้ ทำเอาขอบตาของอันหมิ่นแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอ

"ขอบคุณนะ..."

เสียงของอันหมิ่นสั่นเครือ ความรู้สึกดีใจที่รอดตายมาได้และความหวาดกลัวย้อนหลัง เพิ่งจะปะทุออกมาอย่างแท้จริงในตอนนี้

ไม่ใช่แค่ขอบคุณที่เขามาช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา แต่ขอบคุณที่เขามองทะลุปรุโปร่งทุกอย่าง ทำให้เธอไม่ต้องเผชิญหน้ากับความสกปรกและความหวาดกลัวพวกนั้นอีก

เหลียงอี้มองดูดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของเธอ หัวใจก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดอย่างแรง

อันหมิ่นไม่เคยแสดงท่าทีอ่อนแอแบบนี้ต่อหน้าเขามาก่อน

ในตอนนี้ เธอช่างเปราะบางราวกับพร้อมจะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อ

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป อ้าแขนออก รวบตัวอันหมิ่นเข้ามากอดไว้แน่น

อ้อมกอดของเขาแข็งแกร่งและอบอุ่น แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่คุ้นเคย ห่อหุ้มตัวเธอไว้จนมิดในพริบตา

ร่างกายของอันหมิ่นเกร็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะผ่อนคลายลงราวกับหาท่าเรือที่ปลอดภัยที่สุดเจอ ซุกใบหน้าลงบนแผงอกกว้างที่แข็งแรงของเขา

เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขาอย่างชัดเจนผ่านเสื้อเชิ้ตทหาร

ตึก ตึก... เสียงนั้นช่วยปัดเป่าความหวาดกลัวและความน้อยเนื้อต่ำใจของเธอให้หายไปอย่างน่าประหลาด

เธอยกแขนขึ้น โอบกอดเอวของเขาไว้แน่น

"ไม่เป็นไรแล้วนะ"

เสียงทุ้มของเหลียงอี้ดังขึ้นเหนือศีรษะเธอ แฝงไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้คนฟังรู้สึกอุ่นใจ

เขากระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ปลายคางวางเกยอยู่บนเรือนผมของเธอเบาๆ

"มันผ่านไปแล้ว มีผมอยู่นี่ไง"

ประโยคสั้นๆ แค่นี้ กลับมีความหมายยิ่งกว่าคำพูดนับพัน

อันหมิ่นพยักหน้าหงึกหงักในอ้อมกอดของเขา ซึมซับกลิ่นอายอันแสนอบอุ่นจากตัวเขา ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น

เหลือเพียงความเหนื่อยล้าหลังจากรอดพ้นจากอันตราย และความรู้สึกปลอดภัยที่ยากจะอธิบาย

เหลียงอี้กอดเธอไว้ สายตามองข้ามศีรษะของเธอไปยังทิศทางที่พวกเฉินม่อหายตัวไป สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว

"วันหลังไม่ว่าจะไปไหน ต้องบอกผมทุกครั้ง ผมจะไปเป็นเพื่อน ไม่ก็ให้คนตามไปดูแล ครั้งนี้ถือว่าโชคดี แล้วพวกมันก็โง่ด้วย ครั้งหน้า..."

"ไม่มีครั้งหน้าแล้วล่ะค่ะ"

อันหมิ่นขัดขึ้น เสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

เธอพลิกมือมากระชับมือเหลียงอี้ไว้แน่น ซึมซับพลังจากฝ่ามือของเขา

"ฉันรู้ค่ะว่าครั้งนี้ฉันประมาทไป ไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองเลย"

เธอเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่เด็ดเดี่ยวของเหลียงอี้ภายใต้แสงจันทร์ แล้วเอ่ยเสียงเบา

เหลียงอี้สัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่แปรปรวนเล็กน้อยของเธอ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่กระชับมือที่จับเธอไว้ให้แน่นขึ้นอีกนิด

"ไป กลับบ้านกันเถอะ"

เสียงของเขาดังก้องอยู่เหนือศีรษะอันหมิ่น ทำให้รู้สึกอุ่นใจ

พอกลับมาถึงเขตบ้านพักครอบครัวทหาร

เหลียงอี้กำลังจะไปเปิดไฟ แต่มือกลับถูกอันหมิ่นรั้งไว้ ความเย็นยะเยือกที่ปลายนิ้วส่งผ่านมา ทำให้เขาชะงักไป

ท่ามกลางความมืดมิด เมื่อการมองเห็นถูกตัดขาด ประสาทสัมผัสส่วนอื่นกลับตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความนุ่มนวล อบอุ่น และสั่นระริกเล็กน้อย ที่ประทับลงบนแก้มของเขาแผ่วเบา

มันเป็นจุมพิตที่แผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ แฝงไปด้วยการหยั่งเชิงและความหวั่นไหว

แม้แต่อันหมิ่นเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวเลยว่า นั่นคือความรู้สึกที่เพิ่งผลิบาน

ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งตูมดอกแรก หลังจากผ่านพ้นความหวาดกลัวจากพายุฝน ก็พลันได้กลิ่นอายของความปลอดภัย จึงอดไม่ได้ที่จะแย้มกลีบบานออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ

การกระทำของเธอดูเก้ๆ กังๆ และบริสุทธิ์ใจ ปราศจากชั้นเชิงใดๆ มีเพียงสัญชาตญาณลึกๆ จากก้นบึ้งหัวใจที่สั่งการ

เสียงหัวใจของอันหมิ่นเต้นรัวดั่งเสียงกลองท่ามกลางห้องที่เงียบสงัด เลือดสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าจนร้อนผ่าว

จุมพิตนี้ เป็นการกระทำอันกล้าหาญที่เธอไม่เคยทำมาก่อน และเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำแพงในใจของเธอได้พังทลายลงแล้ว

วินาทีนั้น ลมหายใจของเหลียงอี้สะดุดไป

ราวกับมีบางสิ่งพุ่งชนเกราะคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอย่างแม่นยำ ทะลวงเข้าไป และระเบิดออกเป็นดอกไม้ไฟอยู่กลางใจ

สัมผัสนุ่มนวลราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อให้เกิดความรู้สึกชาหนึบอย่างรุนแรง

กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของเขาเกร็งเขม็งขึ้นมาทันทีท่ามกลางความมืด

คนที่เขาเฝ้าคิดถึง คบหาดูใจกันมา ตอนนี้เป็นฝ่ายเข้ามาใกล้ชิดเขา แสดงออกถึงความ... พึ่งพิงด้วยวิธีที่สนิทสนมแบบนี้

การรับรู้ความจริงข้อนี้ทำให้เลือดในกายเขาสูบฉีดพล่าน หัวใจเต้นแรงกระทบหน้าอกจนแทบจะทะลุออกมา

ทว่าความสุขสมและความปีติยินดีอันมหาศาลนี้ กลับคงอยู่เพียงชั่วพริบตาเดียว

แทบจะเป็นสัญชาตญาณ ในวินาทีที่ริมฝีปากของอันหมิ่นผละออกจากแก้มของเขา เหลียงอี้ก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวทันที

เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังหลบหนีจากความเย้ายวนอันตราย

ท่ามกลางความมืด เขามองไม่เห็นสีหน้าของอันหมิ่น

แต่เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ร่างกายของเธอแข็งทื่อไปในทันทีที่เขาถอยห่าง

รวมถึงจังหวะการหายใจที่ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

อากาศราวกับหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของคนสองคนที่ปะทะและดังก้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ

"อันหมิ่น..."

เสียงของเหลียงอี้แหบพร่าและทุ้มต่ำจนน่ากลัว ทุกถ้อยคำแฝงไปด้วยความร้อนรุ่ม "อย่าทำแบบนี้เลย"

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ในอกให้สงบลง

เปลวไฟนั้นถูกจุดขึ้นเพราะความใกล้ชิดของเธอ และกำลังแผดเผาตัวเขาเองเพราะคำพูดที่เขากำลังจะเอ่ยออกมา

"ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก"

เขาฝืนพูดเสริม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการอดกลั้น และความมีสติที่เกือบจะกลายเป็นความโหดร้าย

"ไม่ใช่เพราะผมไม่อยาก..."

เขาชะงักไป คำว่า "อยาก" ร้อนระอุอยู่ที่ปลายลิ้น แต่เขากลืนมันกลับลงไป

"อันหมิ่น มองผมสิ"

น้ำเสียงของเหลียงอี้แฝงพลังที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้จะอยู่ในความมืด อันหมิ่นก็สัมผัสได้ว่าสายตาของเขาทะลุผ่านความมืดมาจับจ้องที่เธออย่างไม่วางตา

อันหมิ่นไม่ได้ขยับตัว และไม่ได้ส่งเสียงใดๆ แต่เหลียงอี้ก็สัมผัสได้ถึงการต่อต้านและความเจ็บปวดที่ไร้สุ้มเสียงของเธอ

"คุณเพิ่งจะผ่านเรื่องตกใจมา อารมณ์ยังไม่คงที่"

เหลียงอี้ปรับเสียงให้ช้าลง แฝงไปด้วยความอดทนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ที่คุณเข้ามาใกล้ผมตอนนี้ เป็นเพราะซาบซึ้งใจ? ต้องการการปลอบโยน? หรือว่า... แค่อารมณ์ชั่ววูบ?"

เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แม้จะมีระยะห่าง แต่ตัวตนและแรงกดดันอันมหาศาลของเขาก็ส่งผ่านไปถึงอันหมิ่นได้อย่างชัดเจน

"อันหมิ่น สิ่งที่ผมต้องการ ไม่ใช่เรื่องพวกนี้เลย"

"สิ่งที่ผมต้องการ คือความเต็มใจของคุณทั้งหมด อย่างชัดเจน โปร่งใส และไร้ข้อกังขา ไม่ใช่ความวู่วามที่เกิดจากความซาบซึ้งใจ และไม่ใช่การพึ่งพิงหลังจากที่เพิ่งผ่านความหวาดกลัวมา"

 

คุ้มกว่าซื้อ E-Book! สายอ่านห้ามพลาด 159 บาท อ่านได้ทุกเรื่องไม่อั้นในเว็บ Nirand Books

นิยายเรื่อง ยุค 70 สะบัดรักคนเลว ไปซบนายทหาร (ถูกลิขสิทธิ์)

มีให้อ่านจนจบแบบ Exclusive เฉพาะในแคมเปญบุฟเฟต์นิยายแปล Nirand Books เท่านั้น

bc2eb0c0400e60cb1154fda100a66fda.jpg

จ่าย 159 บาท แต่ได้สิทธิ์เก็บนิยายเรื่องโปรดไว้อ่านแบบ "ถาวร" ตลอดชีพ! แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว

ความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับ

  • อ่านฟรีตลอดไป: กลับมาฟินนิยายเรื่องโปรดซ้ำตอนไหนก็ได้ แม้จะไม่ได้ต่ออายุสมาชิกแล้ว เพียงทำตามเงื่อนไข “อ่านทุกตอนขณะเป็นสมาชิกจนจบเรื่อง”
  • นิยายเข้าใหม่ทุกสัปดาห์: จบแล้วทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านแล้วค้างคาให้หงุดหงิดใจ

สมัครเลยที่

Nirand Books (คลิกที่นี่)

หรือ

ผ่านแอดมิน Page Facebook : Nirand Books (คลิกที่นี่)

Thai Edition Copyright © 2026 Nirand Books

Licensed by Beijing Houji Information Technology Co., Ltd. (Fanqie Novel) All rights reserved.

***   ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้ทีมงาน Nirand Books ***