LNCrawler

บทที่ 13 ถงเป่าต้องการตอบแทนพี่ชายหรงฉือ

ยอดหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นน้องสาวคนเล็กของเจ็ดพี่ชายตัวร้าย — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 13 ถงเป่าต้องการตอบแทนพี่ชายหรงฉือ

        หรงฉือกล่าวว่าวิชาแพทย์ของตนนั้นนับว่าไม่เลว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นวิธีการช่วยคนที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน
​
​        อีกทั้งในสถานการณ์ที่เด็กคนนั้นมีสิ่งของติดคอเมื่อครู่ ต่อให้เป็นเขา ก็ใช่ว่าจะสามารถช่วยชีวิตกลับมาได้เสมอไป
​
​        ทว่าเด็กหญิงตัวน้อยคนนี้กลับไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใด ๆ เลย แต่สามารถช่วยเด็กคนนั้นให้รอดชีวิตกลับมาได้!
​
​        หากวิธีการนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เกรงว่าคงช่วยผู้คนได้มากมายมหาศาล!
​
​        เมื่อเห็นทุกคนมีท่าทางสงสัย เวินจื่อถงก็รู้ว่าหากไม่อธิบายให้ชัดเจน เกรงว่าจะทำให้ผู้คนระแวงเอาได้ นางจึงกะพริบตาโต ๆ พร้อมทำสีหน้าไร้เดียงสากล่าวว่า
​
​        “เมื่อก่อนเคยเห็นในตำราของท่านพ่อเจ้าค่ะ ถงเป่าเองก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ วันนี้เป็นการทดลองครั้งแรกด้วย โชคดีที่สำเร็จเจ้าค่ะ”
​
​        ขณะที่พูดอยู่นั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ของเวินจื่อถงก็เผยความรู้สึกโล่งอกออกมาเล็กน้อย
​
​        ชาวบ้านเมื่อได้ยินดังนั้นจึงเริ่มเข้าใจมากขึ้น
​
​        หากจะกล่าวถึงเวินต้าหลาง คนผู้นี้นับว่าเป็นคนที่มีความสามารถอยู่บ้าง ทุกคนในหมู่บ้านละแวกนี้ต่างรู้ดีว่าเวินต้าหลางเป็นคนฉลาดหลักแหลมและมีความสามารถล้นเหลือ
​
​        เพียงแต่เวินต้าหลางไม่ชอบถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์คร่ำครึ ในตอนที่เข้าร่วมการสอบย่วนซื่อ เขากลับเลือกเดินเส้นทางที่แปลกแยก โดยเขียนบทความว่าด้วยการปกครองบ้านเมืองขึ้นมาเอง
​
​        ซึ่งแนวคิดบางอย่างในบทความการปกครองบ้านเมืองนี้มีความล้ำสมัยเกินไป หรืออาจกล่าวได้ว่าหลุดพ้นจากขนบทางโลกโดยสิ้นเชิง จนทำให้ขุนนางคุมสอบเมื่อได้เห็นแล้วถึงกับโกรธจัด และสั่งห้ามไม่ให้เวินต้าหลางเข้าสอบอีกตลอดชีวิต
​
​        เพราะเรื่องนี้ ทำให้บิดามารดาของเวินต้าหลางโกรธจนล้มป่วยหนัก เนื่องจากในยุคสมัยนี้ การส่งคนหนึ่งคนศึกษาเล่าเรียนนั้นต้องใช้เงินทองมากมายมหาศาล
​
​        ในตอนนั้นอาจกล่าวได้ว่าเวินต้าหลางใช้กำลังทรัพย์ทั้งหมดของตระกูลในการเล่าเรียน ย่อมเป็นที่คาดหวังของคนในครอบครัวอย่างยิ่ง
​
​        ต่อมาเวินต้าหลางถูกบิดามารดาขับออกจากตระกูล เดิมทีต้องการให้เวินต้าหลางยอมรับผิด แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นว่า เวินต้าหลางกลับแต่งเข้าบ้านตระกูลฉิน กลายเป็นเขยแต่งเข้าบ้านของตระกูลฉินเสียอย่างนั้น
​
​        เพราะบุตรชายคนโตของบ้านกลายเป็นเขยแต่งเข้าบ้านผู้อื่น จึงทำให้ท่านปู่และท่านย่าของเวินจื่อถงร่างเดิมโกรธจนล้มป่วยอีกครั้ง และครั้งนี้ผ่านไปไม่นานก็สิ้นใจจากไป
​
​        อาจเป็นเพราะการจากไปของท่านปู่และท่านย่าตระกูลเวิน ทำให้เวินต้าหลางเริ่มมีความรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง ภายหลังจึงคอยช่วยเหลือตระกูลเวินสายรองและสายสาม
​
​        เวินต้าหลางผู้นี้เป็นคนที่ดื้อรั้นมาตั้งแต่ยังเยาว์ นอกจากฉินจิ่วเจินแล้ว คงไม่มีใครสามารถควบคุมเขาได้
​
​        ดังนั้น เมื่อฉินจิ่วเจินเสียชีวิต เวินต้าหลางจึงดื้อรั้นเป็นครั้งสุดท้าย ทิ้งบุตรชายคนเล็กไว้เบื้องหลัง และจากไปโดยไม่ใยดี
​
​        เวินจื่อถงเมื่อคิดถึงตรงนี้ ก็รู้สึกหมดคำจะพูดกับท่านพ่อของตนจริง ๆ
​
​        หรงฉือเมื่อได้ยินคำอธิบายของเวินจื่อถง ก็นึกว่าบิดาของเวินจื่อถงเป็นหมอเช่นกัน แววตาจึงมีความกระตือรือร้นมากขึ้นพลางกล่าวว่า
​
​        “ถ้าเช่นนั้นไม่ทราบว่าท่านพ่อของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ใด? พอจะสอนวิธีการปฐมพยาบาลที่ละเอียดเช่นนี้ให้แก่ข้าได้หรือไม่?”
​
​        หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง หรงฉือก็รู้สึกว่าการกระทำของตนไม่ค่อยเหมาะสมนัก เพราะการสืบทอดวิชาแพทย์นั้นมีข้อห้ามมากมาย หากไม่ใช่ลูกศิษย์ที่กราบเข้าสำนัก อีกฝ่ายย่อมไม่ยอมมอบวิชาลับเฉพาะตัวให้ง่าย ๆ !
​
​        เมื่อคิดได้ดังนี้ หรงฉือจึงรีบกล่าวอย่างเกรงใจว่า
​
​        “หากไม่สะดวก ก็ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูดอะไร ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ”
​
​        “ท่านพ่อของถงเป่าสิ้นใจไปแล้วเจ้าค่ะ พี่ชายคงไม่สามารถพบท่านพ่อของถงเป่าได้หรอกเจ้าค่ะ”
​
​        ใบหน้าของเวินจื่อถงดูไร้เดียงสา แต่ในใจกลับคิดว่า ต่อให้ท่านไปถึงยมโลกและได้พบกับท่านพ่อของนาง เกรงว่าคงเป็นการตายเปล่าเป็นแน่...
​
​        หรงฉือเมื่อได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจด้วยความเสียดาย ใบหน้ามีความเมตตาสงสารต่อเพื่อนมนุษย์ และกล่าวอย่างจนใจว่า
​
​        “เด็กเล็ก ๆ มักเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้บ่อยครั้ง หากข้าสามารถเรียนรู้วิธีนี้และนำไปเผยแพร่ต่อได้ อาจช่วยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้มากมาย เฮ้อ...”
​
​        เวินจื่อถงเห็นความเสียดายและความจริงใจบนใบหน้าของหรงฉือที่ดูไม่เหมือนการเสแสร้ง ประกอบกับเมื่อครู่หรงฉือเพิ่งช่วยชีวิตนางไว้ นางจึงคิดครู่หนึ่งแล้วยิ้มกล่าวว่า
​
​        “หากพี่ชายอยากรู้ ถงเป่าสอนท่านได้เจ้าค่ะ!”
​
​        ดังนั้น เวินจื่อถงจึงไม่ได้ปิดบัง และสอนวิธีการปฐมพยาบาลนี้ให้แก่หรงฉืออย่างละเอียดทุกขั้นตอน
​
​        วิธีปฐมพยาบาลไฮม์ลิชนี้แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น วิธีช่วยเด็กอายุต่ำกว่าสามขวบ วิธีช่วยเด็กอายุสามขวบขึ้นไป และรวมถึงวิธีช่วยตนเองเมื่อสิ่งของติดคอด้วย
​
​        นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่สิ่งของติดคอจะสามารถใช้วิธีปฐมพยาบาลไฮม์ลิชได้
​
​        บางคนที่สิ่งของติดคอ แต่หากยังสามารถตะโกนได้ ไอออกมาเป็นเสียง หรือยังพูดได้ ก็สามารถปล่อยให้ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจเอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีปฐมพยาบาลนี้
​
​        แต่หากอีกฝ่ายเป็นเหมือนซานเป่าเมื่อครู่ คือไม่สามารถไอออกมาเป็นเสียงได้ พูดไม่ได้ หายใจไม่ได้เลย และใบหน้าเริ่มเขียวคล้ำ ในกรณีนี้ควรใช้วิธีปฐมพยาบาลไฮม์ลิชเข้าช่วยเหลือทันที
​
​        น้ำเสียงของเวินจื่อถงมีความหวานใสแบบเด็กน้อย นางบรรยายจุดที่ควรระวังทั้งหมดของวิธีปฐมพยาบาลนี้ทีละคำอย่างชัดเจน
​
​        หนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กนั่งอยู่บนถนนในหมู่บ้านเช่นนี้ คนหนึ่งกล้าสอน คนหนึ่งกล้าฟัง ภาพที่เห็นช่างดูสอดประสานกันอย่างประหลาด
​
​        เมื่อเวินจื่อถงพูดจบ นางก็เกาหัวด้วยความเขินอายเล็กน้อย พร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้วว่า
​
​        “ไอ้หยา ในตำราที่ถงเป่าเห็นบอกไว้แบบนี้เจ้าค่ะ ส่วนเรื่องอื่นถงเป่าไม่ทราบแล้วเจ้าค่ะ!”
​
​        หรงฉือเมื่อได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นจากพื้น ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วประสานมือคำนับถงเป่าอย่างเป็นทางการและกล่าวว่า
​
​        “ข้าหรงฉือ ขอรับคำชี้แนะ”
​
​        หรงฉือ? ชื่อนี้เพราะจัง
​
​        เวินจื่อถงพยักหน้าในใจเบา ๆ แต่ไม่นานนักนางก็เริ่มนึกอะไรออก และมองไปยังหรงฉือด้วยความตกตะลึง
​
​        หรงฉือ "???"
​
​        คุณพระช่วย!
​
​        คนผู้นี้คือหมอเทวดาแห่งแคว้นลั่วเหิงในอนาคต!
​
​        ผู้ที่มีวิชาแพทย์เลิศล้ำสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืน อีกทั้งยังมีแนวคิดล้ำสมัย เป็นผู้บุกเบิกวิธีการผ่ากะโหลกเพื่อช่วยชีวิตคน!
​
​        ที่สำคัญที่สุดคือ... หรงฉือผู้นี้เป็นคนของพระเอกสายยันเดเระ *[1] คนนั้น!
​
​        หรงฉือช่วยชีวิตพระเอกยันเดเระไว้หลายครั้ง ต่อมาพระเอกยันเดเระมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง หลังจากหรงฉือวินิจฉัยแล้วจึงตัดสินใจผ่ากะโหลกเพื่อนำสิ่งแปลกปลอมออกให้
​
​        พระเอกเป็นคนขี้ระแวงมาแต่ไหนแต่ไร ย่อมไม่ยอมตกลง แต่หรงฉือกลับวางยาพระเอก แล้วทำการผ่าตัดตามใจชอบ!
​
​        สิ่งแรกที่พระเอกทำหลังจากฟื้นขึ้นมา คือการฆ่าหรงฉือทิ้งทันที!
​
​        ตอนที่นางอ่านนิยายต้นฉบับ นางมีความประทับใจต่อหรงฉือมาก เมื่ออ่านถึงตอนนี้ นางรู้สึกว่าพระเอกคนนั้นน่าจะมีอาการป่วยทางจิตอย่างรุนแรง
​
​        ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะได้มาพบกับหรงฉือที่นี่!
​
​        นี่มันช่าง...
​
​        หรงฉือเห็นว่าจู่ ๆ แววตาที่เวินจื่อถงมองตนนั้นมีความร้อนแรงขึ้นมา จึงถามด้วยความแปลกใจว่า
​
​        “เอ่อ แม่หนูน้อยมองข้าเช่นนี้ บนตัวข้ามีอะไรแปลกประหลาดหรือ?”
​
​        เวินจื่อถงเมื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบเก็บซ่อนแววตาที่เหมือนลูกแกะเจอหมาป่าทันที นางยื่นมือน้อย ๆ อวบอ้วนออกไปคว้ามือใหญ่ของหรงฉือไว้ แล้วเงยหน้าส่งยิ้มกว้างกล่าวว่า
​
​        “พี่ชายหรงฉือช่วยถงเป่าไว้ ถงเป่าต้องตอบแทนพี่ชายหรงฉือเจ้าค่ะ!”
​
​        “หืม? ไม่จำเป็นหรอก เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งวิธีปฐมพยาบาลของแม่หนูน้อยยังทำให้ข้าได้รับความรู้มากมาย ข้าต่างหากที่รู้สึกละอายใจ...”
​
​        หรงฉือยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเวินจื่อถงพูดแทรกขึ้นมาอย่างรีบร้อน นางเอียงศีรษะเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตาหยกเผยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่งพลางกล่าวว่า
​
​        “หากพี่ชายหรงฉือรู้สึกละอายใจจริง ๆ จะยอมตกลงทำตามคำขอเล็ก ๆ ของถงเป่าได้หรือไม่เจ้าคะ?”
​
​        “หา? เรื่องนี้... แม่หนูน้อยบอกมาได้เลย”
​
​        [1] พระเอกยันเดเระ คือ "คนที่รักอย่างบ้าคลั่งจนเสียสติ" หรือ "รักจนน่ากลัว"