LNCrawler

บทที่ 14 ตัดสินใจรับเป็นศิษย์

ยอดหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นน้องสาวคนเล็กของเจ็ดพี่ชายตัวร้าย — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 14 ตัดสินใจรับเป็นศิษย์

        หรงฉือชะงักไปเล็กน้อย แววตาของเด็กหญิงตัวน้อยนั้นใสซื่อบริสุทธิ์ ประกายระยิบระยับราวกับดวงดารานับหมื่นดวง จนเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยแม้แต่น้อย!
​
​        อีกทั้งหากคำพูดนี้มาจากปากคนอื่น หรงฉือคงรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์แอบแฝง
​
​        แต่เมื่อเป็นเด็กหญิงคนนี้ ดูเหมือนว่านางจะไม่สามารถเชื่อมโยงกับด้านที่มืดมนหรืออัปลักษณ์ใด ๆ ได้เลย
​
​        เวินจื่อถงเห็นหรงฉือท่าทางจะตอบตกลง ก็รีบเลียนแบบท่าทางคำนับของหรงฉือเมื่อครู่ ย่อตัวคำนับอย่างเรียบร้อยน่ารัก จากนั้นจึงใช้เสียงเล็ก ๆ เหมือนลูกแมวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
​
​        “ขอพี่ชายหรงฉือรับถงเป่าเป็นศิษย์ด้วยเจ้าค่ะ! ถงเป่าอยากเรียนวิชาแพทย์เจ้าค่ะ!”
​
​        เวินจื่อถงอยากให้วิชาแพทย์ของตนมีที่มาที่ไปอย่างถูกต้องมาตั้งนานแล้ว!
​
​        เพียงแต่ก่อนหน้านี้หาโอกาสไม่ได้เสียที ตอนนี้ได้พบกับหรงฉือพอดี ไม่ใช่ว่าเหมือนคนง่วงนอนแล้วมีคนส่งหมอนมาให้หรอกหรือ?
​
​        อีกอย่าง ด้วยวิชาแพทย์ของหรงฉือ การให้เขามาเป็นอาจารย์ในนามของนางก็นับว่าฟังขึ้น
​
​        แม้ว่าตนเองจะไม่ต้องการให้เขาสอนอะไรเลย แต่ชื่อเสียงของหรงฉือนั้นมีประโยชน์ยิ่งนัก!
​
​        หรงฉือไม่คาดคิดเลยว่าเด็กน้อยวัยห้าขวบจะบอกว่าอยากเรียนวิชาแพทย์กับตน!
​
​        แต่ความรู้สึกแรกของหรงฉือคืออยากจะตอบตกลงรับเวินจื่อถงเป็นศิษย์
​
​        เพราะเด็กหญิงที่น่ารักเช่นนี้ ไม่มีใครสามารถปฏิเสธลงได้จริง ๆ
​
​        ทว่าเมื่อหรงฉือนึกถึงกฎของสำนักตนเองได้ ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนใจ พยุงตัวเวินจื่อถงให้ลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า
​
​        “เกรงว่าจะไม่ได้ สำนักของข้าสืบทอดวิชาแบบตัวต่อตัวมาโดยตลอด และถ่ายทอดให้เฉพาะบุรุษ ไม่ถ่ายทอดให้สตรี...”
​
​        คำพูดของหรงฉือหยุดลงเพียงเท่านี้
​
​        เพราะในยามนี้ เวินจื่อถงกำลังเบิกตากว้างจ้องมองเขาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ในดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาคลอเบ้า ขนตายาวสั่นระริกราวกับถูกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ดูเหมือนว่าในพริบตาต่อมามันจะแตกสลายลงได้ทุกเมื่อ
​
​        ท่าทางน่าสงสารเช่นนี้ อย่าว่าแต่ปฏิเสธเลย แม้แต่จะพูดคำรุนแรงสักคำก็ยังทำใจพูดไม่ออก
​
​        เวินจื่อถงจะปล่อยให้โอกาสที่มาถึงปากแล้วหลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด! นางยื่นมือน้อย ๆ ออกไปคว้าปลายนิ้วชี้ของหรงฉือไว้ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยแต่แฝงไปด้วยความหวัง พร้อมกับทำปากยื่นถามว่า
​
​        “ไม่ได้จริง ๆ หรือเจ้าคะ?”
​
​        “ข้า...” หรงฉือ
​
​        “ร่างกายของถงเป่าไม่แข็งแรง ทุกคนบอกว่าถงเป่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แต่... แต่ถงเป่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะพวกพี่ชายพยายามหาเงินอย่างหนักเพื่อให้ถงเป่ามีชีวิตรอด”
​
​        “ดังนั้น... ดังนั้นถงเป่าจึงคิดว่า หากถงเป่าสามารถรักษาโรคได้ด้วยตนเอง จะสามารถ... จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นใช่หรือไม่เจ้าคะ? เช่นนี้จะได้อยู่เป็นเพื่อนพวกพี่ชายได้นานขึ้นอีกนิด”
​
​        สีหน้าของเวินจื่อถงในยามนี้มีความจริงจังและแน่วแน่ ดวงตากลมโตจ้องมองหรงฉือเขม็ง ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดอย่างแรงกล้านั้นทำให้หรงฉืออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ
​
​        คำพูดเหล่านี้ของเวินจื่อถงไม่ใช่การโกหก
​
​        นางต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปจริง ๆ !
​
​        แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทะลุมิติมาอยู่ในหนังสือเล่มนี้ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด นางก็ไม่อยากยอมแพ้ต่อโชคชะตา!
​
​        อีกอย่าง พี่ชายของเจ้าของร่างเดิมต่างก็กำลังดิ้นรนต่อสู้ ดังนั้นนางจึงไม่อยากทอดทิ้งตัวเอง และทำให้พี่ชายทั้งหลายต้องผิดหวังและเสียใจ
​
​        อาจเป็นเพราะมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมและคำบรรยายเกี่ยวกับพี่ชายตัวร้ายทั้งเจ็ดคนในนิยาย เวินจื่อถงจึงไม่มีความรู้สึกห่างเหินกับพี่ชายเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
​
​        หรงฉือมองดูเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยตรงหน้า แม้จะตัวเล็กมาก แต่กลิ่นอายแห่งความแน่วแน่ที่แผ่ออกมากลับทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจ
​
​        เขาเงียบไปนาน ในที่สุดก็ถอนหายใจยาวอย่างจนใจ แล้วพยักหน้าตอบว่า “ตกลง”
​
​        “เอ๊ะ?”
​
​        “ข้าบอกว่า ข้า หรงฉือ ตัดสินใจรับเจ้าเป็นศิษย์ ศิษย์เพียงคนเดียวของข้า”
​
​        สีหน้าของหรงฉือดูเคร่งขรึมยิ่งนัก การตัดสินใจครั้งนี้สำหรับหรงฉือไม่ใช่เรื่องง่าย ในทางตรงกันข้าม สำหรับหรงฉือผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบและซื่อตรงมาโดยตลอด นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่
​
​        ในขณะนั้นเอง ชายชราท่าทางลนลานคนหนึ่งรีบเดินเข้ามา เมื่อเห็นหรงฉือก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แล้วกล่าวว่า
​
​        “คุณชาย รีบกลับกันเถิดขอรับ ท่านผู้มีเกียรติท่านนั้นอาการทรุดลงอีกแล้ว!”
​
​        “อะไรนะ?”
​
​        สีหน้าของหรงฉือเปลี่ยนไปทันที เขารีบเตรียมตัวจากไปกับชายชราผู้นั้น แต่เมื่อนึกขึ้นได้จึงหันกลับมาส่งหยกชิ้นหนึ่งให้เวินจื่อถงแล้วกล่าวว่า
​
​        “สองวันนี้อาจารย์คงจะยุ่งสักหน่อย รออีกสองวัน หากเจ้าว่างเมื่อไหร่สามารถไปหาอาจารย์ได้ที่โรงหมอจี๋สื่อถังในตัวอำเภอ”
​
​        “ทราบแล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์!”
​
​        เวินจื่อถงรีบพยักหน้าเล็ก ๆ ตอบรับอย่างว่าง่าย
​
​        ชายชราที่ติดตามหรงฉือ เมื่อได้ยินคำเรียกขานที่เวินจื่อถงใช้เรียกหรงฉือก็รู้สึกประหลาดใจ คุณชายของตนไม่เคยรับศิษย์มาก่อน ยิ่งเป็นศิษย์สตรีด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้!
​
​        อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ชายชราไม่มีเวลามาคิดเรื่องนี้ จึงรีบเชิญหรงฉือขึ้นรถม้า และรถม้าก็หายลับไปจากสายตาของทุกคนอย่างรวดเร็ว
​
​        หลังจากที่พวกหรงฉือจากไป ชาวบ้านจึงเพิ่งรู้สึกตัวและมองมาที่เวินจื่อถงด้วยความตกตะลึงและอิจฉา
​
​        “แม่หนูถงเป่าเอ๋ย! เจ้าช่างมีวาสนาดีจริง ๆ !”
​
​        “นั่นสิ ๆ ! โรงหมอจี๋สื่อถัง! นั่นเป็นโรงหมอที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอเลยนะ! ได้ยินว่าท่านหมอหรงแห่งโรงหมอจี๋สื่อถังคือเทพเจ้าหมออวตารมาเกิดเลยทีเดียว!”
​
​        “คุณชายเมื่อครู่แนะนำตัวว่าชื่อหรงฉือ เกรงว่า... เกรงว่าเขาจะเป็นท่านหมอท่านนั้นจริง ๆ !”
​
​        “แม่หนูถงเป่า เจ้าได้กราบเป็นศิษย์ของท่านหมอเทวดา เจ้าช่างมีบุญเหลือเกิน!”
​
​        ทุกคนต่างพูดคุยกันเซ็งแซ่ มองเวินจื่อถงด้วยสายตาอิจฉา
​
​        แต่อิจฉาก็ส่วนอิจฉา พวกเขาไม่ได้ริษยาสักนิด เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงหมอเทวดา! หากถงเป่าไม่ว่านอนสอนง่ายและน่ารัก หมอเทวดาก็คงไม่รับนางเป็นศิษย์หรอกใช่ไหม?
​
​        อีกอย่าง ตระกูลเวินสายหลักนั้นรันทดเกินไป หากมีที่พึ่งที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขา
​
​        ชาวบ้านบางคนที่ใจดี อดไม่ได้ที่จะเตือนเวินจื่อถงว่า
​
​        “แม่หนูถงเป่า เจ้าต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีนะ! อีกสองวันรีบไปกราบอาจารย์ให้เร็วที่สุด เมื่อเข้าสำนักแล้ว หมอเทวดาก็จะไม่สามารถกลับคำได้อีก”
​
​        “ใช่ ๆ ! หากเขาคิดจะกลับคำเจ้าก็ไม่ต้องกลัว พวกเราหลายคนอยู่ที่นี่เป็นพยานให้ได้หมดเลย!”
​
​        ถงเป่าได้ยินคำพูดที่หวังดีของทุกคน ในใจก็อดชื่นชมความซื่อบริสุทธิ์ของชาวบ้านเหล่านี้ไม่ได้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว จากนั้นร่างเล็ก ๆ ก็โน้มตัวลงคำนับทุกคน พร้อมกับพูดด้วยเสียงใส ๆ ว่า
​
​        “ขอบพระคุณท่านลุง ท่านป้า และท่านย่า ท่านยายทุกท่านที่ช่วยเหลือเจ้าค่ะ! ถงเป่าจะจำไว้เจ้าค่ะ!”
​
​        ทุกคนเห็นท่าทางรู้ความและน่ารักของถงเป่าก็พากันเอ็นดูเป็นอย่างมาก
​
​        หลังจากพูดคุยกับทุกคนอีกไม่กี่ประโยค เวินจื่อถงมองดูท้องฟ้า หากจะเข้าป่าตอนนี้เกรงว่าจะกลับมาไม่ทัน แต่ที่เชิงเขามีแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งนางสามารถลองไปดูได้
​
​        เนื่องจากอากาศหนาว น้ำในแม่น้ำจึงกลายเป็นน้ำแข็งหนาและแข็งแรงมั่นคง ผิวน้ำแข็งสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายระยิบระยับ
​
​        เมื่อเวินจื่อถงไปถึง ก็เห็นเด็ก ๆ หลายคนกำลังเล่นกันอยู่ที่นั่น บางคนวิ่งเล่นหยอกล้อกัน บางคนก็เจาะน้ำแข็งเพื่อตกปลา
​
​        เวินจื่อถงรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเรื่องการตกปลาเพื่อหาอาหารให้ครอบครัว จะไม่ได้มีแค่นางคนเดียวที่คิด
​
​        แม้ในใจจะเสียดาย แต่เวินจื่อถงก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะถ้าเป็นการจับปลา นางก็มีสูตรลับวิเศษของตัวเอง!