LNCrawler

บทที่ 28 วัยเด็กอันแสนรันทดของพระเอกสายยันเดเระจอมคลั่ง

ยอดหมอหญิงทะลุมิติมาเป็นน้องสาวคนเล็กของเจ็ดพี่ชายตัวร้าย — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 28 วัยเด็กอันแสนรันทดของพระเอกสายยันเดเระจอมคลั่ง

        เวินจื่อถงไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ นางเพียงแต่จัดการบาดแผลไปพลาง บ่นพึมพำไปพลางว่า
​
​        “เจ้าอย่าได้ดูถูกผงคราบเขม่าก้นหม้อนี่เชียวนะ! ผงคราบเขม่าก้นหม้อนี่เป็นตัวยาที่ถูกต้องตามตำราเลยล่ะ! หรือที่เขาเรียกว่าไบ๋เฉ่าซวง บาดแผลของเจ้ามีเยอะเกินไป พอดีเลยจะได้ใช้ช่วยลดการอักเสบและห้ามเลือดให้เจ้า!”
​
​        “ถึงแม้จะดูน่าเกลียดไปสักหน่อย แต่เจ้าควรจะรู้ว่าบ้านข้าไม่มีเงิน พวกเรายากจนมาก! ไม่มีปัญญาหาหมอมาตรวจอาการให้เจ้าหรอก ดังนั้นเจ้าก็ทนเอาหน่อยเถอะ ไม่ตายก็ถือว่าดีมากแล้ว!”
​
​        “รอให้แผลของเจ้าหายดีแล้ว อย่าลืมตอบแทนข้าก็พอ ข้าเห็นว่าเจ้าดูท่าทางจะมีเงิน ไม่น่าจะขาดแคลนเงินเล็กน้อยเพื่อตอบแทนการช่วยชีวิตครั้งนี้หรอกนะ?”
​
​        เมื่อเวินจื่อถงจัดการบาดแผลเสร็จสิ้น ก็จัดแจงปิดเสื้อผ้าของเด็กหนุ่มแล้วมองอย่างพึงพอใจ จากนั้นจึงหันไปมองเด็กหนุ่มผู้นั้น
​
​        นางเห็นเพียงเด็กหนุ่มจ้องมองตนด้วยสายตาแปลกประหลาด ราวกับเห็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง สิ่งนี้ทำให้เวินจื่อถงเกิดความสงสัยจึงลองลูบใบหน้าของตนเองแล้วถามว่า
​
​        “เจ้าจ้องข้าทำไมกัน? มีอะไรติดหน้าข้าหรือ? อ๋อ! ต้องเป็นตอนที่ช่วยทายาให้เมื่อครู่แล้วผงคราบเขม่าก้นหม้อติดมาแน่ ๆ ! หึ! ดูสิ ข้าอุตส่าห์ทุ่มเทเพื่อเจ้าตั้งมากมาย เจ้าห้ามลืมบุญคุณนี้เชียวนะ!”
​
​        หลังจากเตือนเด็กหนุ่มเสร็จ เวินจื่อถงจึงแอบย่องออกไปด้วยความพึงพอใจ นางไม่อยากให้พวกพี่ชายจับได้ว่านางแอบทำเรื่องเหล่านี้
​
​        หลังจากเวินจื่อถงจากไป เด็กหนุ่มจึงหยิบมีดสั้นในมือออกมา เขามองมีดสั้นที่คมกริบเล่มนั้นด้วยความมึนงงแล้วเม้มริมฝีปาก
​
​        เวินจื่อถงในชาติที่แล้วนั้นเรียบร้อยและเก็บตัว แม้แต่การมองเขาเพียงแวบเดียวก็ยังหน้าแดง แล้วจะกลายเป็นคนพูดมากเหมือนตอนนี้ได้อย่างไร?
​
​        หรือเป็นเพราะหลังจากที่ตนเองเกิดใหม่ในวัยสิบขวบ จึงเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น?
​
​        ก็จริง หากเป็นชาติก่อน เขาจะได้พบกับเวินจื่อถงในอีกห้าปีให้หลัง ซึ่งก็คือตอนที่เขาอายุสิบห้าปี
​
​        ตอนนี้เร็วขึ้นห้าปี บางทีอาจเป็นเพราะเวินจื่อถงยังเด็ก นิสัยจึงยังไม่โตเต็มที่?
​
​        ช่างเถอะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ในเมื่อตนเองได้พบกับคนตระกูลเวินผู้นี้อีกครั้งโดยบังเอิญ เช่นนั้นครั้งนี้... เขาอาจจะต้องเริ่มลงมือให้เร็วขึ้น
​
​        พี่น้องตระกูลเวินแต่ละคนล้วนเป็นพวกรับมือยาก แม้ว่าชาติที่แล้วท้ายที่สุดเขาจะกำจัดพี่น้องตระกูลเวินได้สำเร็จ แต่วิธีการนั้นก็ค่อนข้างซับซ้อน
​
​        บัดนี้ ในเมื่อได้เกิดใหม่ครั้งหนึ่ง เขาย่อมต้องกำจัดก้อนหินที่ขวางทางเหล่านี้ออกไปล่วงหน้า
​
​        เพียงแต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัส จึงยังไม่ควรวู่วาม ควรพักรักษาตัวให้ดีก่อน
​
​        รอจนกว่าแผลจะหาย พี่น้องตระกูลเวินพวกนี้...
​
​        ในดวงตาของเด็กหนุ่มฉายแววจิตสังหารวูบหนึ่ง
​
​        ...
​
​        บนโต๊ะอาหารเรียบง่ายมาก มีเพียงหน่อไม้ผัดกากหมูหนึ่งจาน หัวไชเท้าหนึ่งจาน และปลานึ่งหนึ่งตัว พี่น้องหลายคนต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
​
​        “ไม่นึกเลยว่าหน่อไม้นี่จะกินได้จริง ๆ ! ไม่รู้ว่าถ้าเอาไปขายจะมีคนซื้อไหมนะ?”
​
​        เวินจื่อซ่างกินหน่อไม้ไปพลางเริ่มคิดถึงความเป็นไปได้ในการหาเงินไปพลาง
​
​        ในขณะที่เวินจื่อชีคิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าสงสัยว่าจะมีคนซื้อไหม เราก็แค่เอาไปลองขายดูไม่ดีหรือ? ขายได้ก็ขาย ขายไม่ได้เราก็กินเอง! อีกอย่าง อย่างไรเสียเราก็ไม่มีต้นทุนอยู่แล้ว!”
​
​        เวินจื่อซ่างคิดดูแล้วก็เห็นด้วย จึงยิ้มแล้วคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งใส่ในชามของเวินจื่อชี พร้อมหัวเราะว่า “เสี่ยวชีฉลาดมาก ให้เนื้อปลาเป็นรางวัลชิ้นหนึ่ง”
​
​        เวินจื่อชีหัวเราะแหะ ๆ อย่างซื่อบื้อ ราวกับคนทึ่มคนหนึ่ง
​
​        เวินจื่อถงที่อยู่ข้าง ๆ ตักข้าวเข้าปากพลางพูดว่า “ปลาที่ถงเป่าจับมาได้ก็เอาไปขายได้นะ! บ่ายนี้ถงเป่าจะไปจับอีก!”
​
​        เวินจื่อซ่างมองปลาอีกสิบกว่าตัวที่เหลืออยู่ในโอ่งน้ำ ในใจก็เริ่มสนใจ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เวินจื่อถงเจอตอนไปจับปลา จึงเอ่ยขึ้นว่า
​
​        “เอาแบบนี้ ถึงตอนนั้นให้พี่เจ็ดของเจ้าไปเป็นเพื่อน เจ้าไปคนเดียวมันอันตรายเกินไป”
​
​        หากต้องเจอคนอย่างเซวียลี่เหนียงอีก ย่อมเป็นเรื่องยุ่งยาก
​
​        แต่เวินจื่อถงไม่สนหรอกว่าใครจะไปเป็นเพื่อน
​
​        การได้มีโอกาสออกจากบ้านอย่างเปิดเผยเช่นนี้ นางดีใจยิ่งนัก! ถึงตอนนั้นนางสามารถวางไซดักปลาไว้ แล้วขึ้นเขาไปเก็บยาได้เลย จะได้ไม่เสียเวลา แถมได้ทั้งสองอย่าง!
​
​        พี่น้องตระกูลเวินปรึกษากันด้วยบรรยากาศที่สงบสุข ครู่ต่อมา เวินจื่อเอ๋อร์ก็เหลือบมองไปยังห้องที่เด็กหนุ่มพักอยู่แล้วพูดว่า
​
​        “เดี๋ยวให้เสี่ยวชีเอาอาหารไปให้คนผู้นั้นหน่อย แม้เราจะหาหมอมาดูอาการให้เขาไม่ได้ แต่จะปล่อยให้เขาหิวตายไม่ได้เช่นกัน”
​
​        หากเด็กหนุ่มผู้นั้นทนไม่ไหวเอง นั่นเป็นเพราะดวงของเขาไม่ดี ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา
​
​        แต่หากมาหิวตายในบ้านของพวกเขา เรื่องนี้ย่อมจะพูดลำบาก
​
​        “ถงเป่าไปเอง! ถงเป่าไปเอง! ถงเป่าทำได้!”
​
​        เวินจื่อถงรีบยกมือรับหน้าที่นี้ทันที
​
​        แม้พวกเวินจื่อเอ๋อร์จะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ทว่าเวินจื่อถงได้ถือชามที่คีบกับข้าวไว้แล้วกระโดดโลดเต้นเข้าไปในห้องเสียแล้ว
​
​        ทุกคนมองดูร่างเล็ก ๆ นั้น สุดท้ายก็ไม่ได้ห้าม
​
​        ช่างเถอะ แค่น้องสาวมีความสุขก็พอ
​
​        เมื่อเวินจื่อถงเข้ามาในห้องอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็หลับไปแล้ว
​
​        เด็กหนุ่มยามหลับใหลคิ้วและดวงตางดงามราวกับภาพวาด ขนตายาวงอนนั้นเหมือนกับผีเสื้อที่กำลังจะขยับปีกบิน ริมฝีปากบางสีชมพูเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อเกิดเป็นเส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบ
​
​        เวินจื่อถงไม่เคยเห็นคนที่หน้าตาดีขนาดนี้มาก่อนเลย
​
​        แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังเด็ก แต่ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะจินตนาการว่าเมื่อเขาเติบโตขึ้น จะมีความสง่างามที่หาใครเปรียบไม่ได้เพียงใด!
​
​        จะว่าไป ตัวละครที่ผู้เขียนต้นฉบับบรรยายไว้อย่างวิจิตรบรรจงที่สุด ก็น่าจะมีเพียงพระเอกสายยันเดเระจอมคลั่งผู้นั้นกระมัง?
​
​        เวินจื่อถงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองเด็กหนุ่มผู้นี้ด้วยความสงสัย อดไม่ได้ที่จะคิดว่า พระเอกสายยันเดเระคนนั้น... คงไม่ใช่เขาหรอกนะ?
​
​        แต่ไม่นาน เวินจื่อถงก็สลัดความสงสัยนี้ทิ้งไป
​
​        ในต้นฉบับ พระเอกจะปรากฏตัวในอีกห้าปีให้หลัง ตามหลักแล้วในช่วงเวลานี้ พระเอกน่าจะถูกขังอยู่ในตำหนักเย็น ใช้ชีวิตที่ลำบากยิ่งกว่าคนรับใช้เสียอีก!
​
​        จะว่าพระเอกผู้นี้โหดเหี้ยมก็โหดเหี้ยมจริง แต่ความรันทดก็รันทดไม่แพ้กันเลย!
​
​        เพราะมารดาของพระเอกมีพื้นเพเป็นหญิงคณิกา มีรูปโฉมงดงามล่มเมือง ราวกับหญิงงามผู้มีรูปเป็นภัย หรือนางปีศาจผู้เลอโฉม
​
​        รูปลักษณ์เช่นนี้ย่อมได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้อย่างยิ่ง จนเป็นหญิงสาวที่ได้รับความรักเพียงผู้เดียวในวังหลัง
​
​        น่าเสียดาย...
​
​        หญิงงามมักอายุสั้น มารดาของพระเอกสิ้นใจเพราะคลอดลูกยากในขณะที่ให้กำเนิดพระเอก ทิ้งให้พระเอกต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง
​
​        หากจะบอกว่ามีสายเลือดราชวงศ์ย่อมไม่ลำบากเกินไป แต่น่าเสียดายที่ตอนมารดาได้รับความโปรดปรานนั้น กลับถูกผู้คนเกลียดชังมาก!
​
​        ด้วยเหตุนี้ หลังจากสนมผู้โปรดปรานสิ้นใจ ความเกลียดชังของผู้คนไม่มีที่ระบาย จึงพุ่งเป้ามาที่พระเอกที่ยังเยาว์วัยทั้งหมด
​
​        ก่อนที่พระเอกจะหนีออกจากวังหลวงได้ เขาต้องถูกทุบตี ถูกทิ้งให้อดอยาก หนาวเหน็บ และถูกทรมานอีกมากมาย
​
​        ประสบการณ์อันแสนรันทดในวัยเด็กนี่เอง ที่หล่อหลอมให้พระเอกมีนิสัยยันเดเระจอมคลั่ง ไม่เชื่อใจใคร ยอมทรยศคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนทั้งโลกทรยศตน!
​
​        สรุปสั้น ๆ คือ เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ ไม่มีทางเป็นพระเอกสายยันเดเระผู้นั้นแน่นอน!
​
​        เมื่อคิดได้ดังนี้ เวินจื่อถงจึงได้สติ แล้ววางอาหารที่นำเข้ามาไว้ข้างเตียง จากนั้นก็ยื่นมือไปเขย่าตัวเด็กหนุ่ม
​
​        “นี่ ๆ ๆ พี่ชาย ตื่นเร็วเข้า ดื่มโจ๊กสักหน่อยแล้วค่อยนอน”
​
​        เด็กหนุ่มลืมตาขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นยังมีความมึนงงอยู่บ้าง น้ำเสียงดูสะลึมสะลือและมีเสียงแบบเด็ก ๆ ขานรับคำหนึ่ง แต่ร่างกายกลับไม่ขยับเขยื้อน
​
​        เวินจื่อถงเห็นดังนั้น จึงถามด้วยความสงสัยว่า “เมื่อกี้ยังดุขนาดนั้น ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวน้อยไปแล้วหรือ?”